ตัวประกอบของ 34716 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 34716
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 34716 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 34716 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 34716 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 34716 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 34716 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 11, 12, 22, 33, 44, 66, 132, 263, 526, 789, 1052, 1578, 2893, 3156, 5786, 8679, 11572, 17358, 34716
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 34716 ÷ 1 | = | 34716 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 2 | = | 17358 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 3 | = | 11572 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 4 | = | 8679 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 6 | = | 5786 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 11 | = | 3156 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 12 | = | 2893 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 22 | = | 1578 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 33 | = | 1052 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 44 | = | 789 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 66 | = | 526 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 132 | = | 263 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 263 | = | 132 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 526 | = | 66 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 789 | = | 44 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 1052 | = | 33 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 1578 | = | 22 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 2893 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 3156 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 5786 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 8679 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 11572 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 17358 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 34716 ÷ 34716 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 34716
| 1 x 34716 | = | 34716 |
| 2 x 17358 | = | 34716 |
| 3 x 11572 | = | 34716 |
| 4 x 8679 | = | 34716 |
| 6 x 5786 | = | 34716 |
| 11 x 3156 | = | 34716 |
| 12 x 2893 | = | 34716 |
| 22 x 1578 | = | 34716 |
| 33 x 1052 | = | 34716 |
| 44 x 789 | = | 34716 |
| 66 x 526 | = | 34716 |
| 132 x 263 | = | 34716 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 34716
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 11 + 12 + 22 + 33 + 44 + 66 + 132 + 263 + 526 + 789 + 1052 + 1578 + 2893 + 3156 + 5786 + 8679 + 11572 + 17358 + 34716 = 88704
▶ ตัวประกอบของ 34716 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 11, 263
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 34716 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
34716 = 2 x 2 x 3 x 11 x 263
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 34716 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
34716 = 22 x 3 x 11 x 263
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 34716 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
34716 = 22 x 3 x 11 x 263
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 34716 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 34716 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 34716 มา 1 คู่ เช่น 2 x 17358
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 34716
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 34716 แบบที่หนึ่ง
- 34716
- 132
- 11
- 12
- 3
- 4
- 2
- 2
- 263
- 132
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 34716 แบบที่สอง
- 34716
- 2
- 17358
- 2
- 8679
- 3
- 2893
- 11
- 263
ดังนั้น 34716 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
34716 =
2 x 2 x 3 x 11 x 263
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
34716 =
22 x 3 x 11 x 263 หรือ 22 x 31 x 111 x 2631
2. การแยกตัวประกอบของ 34716 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 34716 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 34716 นั้นก็คือ 2, 3, 11, 263 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 34716
2)347162)173583)867911)2893263)2631ดังนั้น 34716 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้34716 = 2 x 2 x 3 x 11 x 263หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง34716 = 22 x 3 x 11 x 263 หรือ 22 x 31 x 111 x 2631วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 34716
1แยกตัวประกอบของ 34716 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 111 x 26312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 263 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 34716 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 34716 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 34716 นั้นก็คือ 2, 3, 11, 263 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 34716
2
)34716
2
)17358
3
)8679
11
)2893
263
)263
1
ดังนั้น 34716 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
34716 = 2 x 2 x 3 x 11 x 263
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
34716 = 22 x 3 x 11 x 263 หรือ 22 x 31 x 111 x 2631
1แยกตัวประกอบของ 34716 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 111 x 2631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 263 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 34716 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 34716 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
