โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 27368 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27368

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 27368 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 27368 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 11, 22, 44, 88, 311, 622, 1244, 2488, 3421, 6842, 13684, 27368
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
27368 ÷ 1=27368เหลือเศษ 0
27368 ÷ 2=13684เหลือเศษ 0
27368 ÷ 4=6842เหลือเศษ 0
27368 ÷ 8=3421เหลือเศษ 0
27368 ÷ 11=2488เหลือเศษ 0
27368 ÷ 22=1244เหลือเศษ 0
27368 ÷ 44=622เหลือเศษ 0
27368 ÷ 88=311เหลือเศษ 0
27368 ÷ 311=88เหลือเศษ 0
27368 ÷ 622=44เหลือเศษ 0
27368 ÷ 1244=22เหลือเศษ 0
27368 ÷ 2488=11เหลือเศษ 0
27368 ÷ 3421=8เหลือเศษ 0
27368 ÷ 6842=4เหลือเศษ 0
27368 ÷ 13684=2เหลือเศษ 0
27368 ÷ 27368=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27368
1 x 27368
2 x 13684
4 x 6842
8 x 3421
11 x 2488
22 x 1244
44 x 622
88 x 311
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27368
1 + 2 + 4 + 8 + 11 + 22 + 44 + 88 + 311 + 622 + 1244 + 2488 + 3421 + 6842 + 13684 + 27368 = 56160
ตัวประกอบของ 27368 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 11, 311
การแยกตัวประกอบคืออะไร

27368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

27368 = 2 x 2 x 2 x 11 x 311
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 27368 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
27368 = 23 x 11 x 311
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 27368 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27368 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27368 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13684
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27368
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27368 แบบที่หนึ่ง
  • 27368
    • 88
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 11
    • 311

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27368 แบบที่สอง
  • 27368
    • 2
    • 13684
      • 2
      • 6842
        • 2
        • 3421
          • 11
          • 311
ดังนั้น 27368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27368 = 2 x 2 x 2 x 11 x 311
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27368 = 23 x 11 x 311 หรือ 23 x 111 x 3111

2. การแยกตัวประกอบของ 27368 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 27368 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27368 นั้นก็คือ 2, 11, 311 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27368

2
)27368
2
)13684
2
)6842
11
)3421
311
)311
1
ดังนั้น 27368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27368 = 2 x 2 x 2 x 11 x 311
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27368 = 23 x 11 x 311 หรือ 23 x 111 x 3111

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27368

1แยกตัวประกอบของ 27368 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 111 x 3111
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 311 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27368 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27368 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇