ตัวประกอบของ 26630 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 26630
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 26630 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 26630 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 26630 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 26630 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 26630 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 5, 10, 2663, 5326, 13315, 26630
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 26630 ÷ 1 | = | 26630 | เหลือเศษ 0 |
| 26630 ÷ 2 | = | 13315 | เหลือเศษ 0 |
| 26630 ÷ 5 | = | 5326 | เหลือเศษ 0 |
| 26630 ÷ 10 | = | 2663 | เหลือเศษ 0 |
| 26630 ÷ 2663 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 26630 ÷ 5326 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 26630 ÷ 13315 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 26630 ÷ 26630 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 26630
| 1 x 26630 | = | 26630 |
| 2 x 13315 | = | 26630 |
| 5 x 5326 | = | 26630 |
| 10 x 2663 | = | 26630 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 26630
1 + 2 + 5 + 10 + 2663 + 5326 + 13315 + 26630 = 47952
▶ ตัวประกอบของ 26630 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 2663
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 26630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26630 = 2 x 5 x 2663
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 26630 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 26630 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 26630 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13315
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26630
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 26630 แบบที่หนึ่ง
- 26630
- 10
- 2
- 5
- 2663
- 10
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 26630 แบบที่สอง
- 26630
- 2
- 13315
- 5
- 2663
ดังนั้น 26630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26630 =
2 x 5 x 2663
2. การแยกตัวประกอบของ 26630 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 26630 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 26630 นั้นก็คือ 2, 5, 2663 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26630
2)266305)133152663)26631ดังนั้น 26630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้26630 = 2 x 5 x 2663วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 26630
1แยกตัวประกอบของ 26630 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 51 x 266312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2663 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 26630 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 26630 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 26630 นั้นก็คือ 2, 5, 2663 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26630
2
)26630
5
)13315
2663
)2663
1
ดังนั้น 26630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26630 = 2 x 5 x 2663
1แยกตัวประกอบของ 26630 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 51 x 26631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2663 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 26630 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 26630 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
