ตัวประกอบของ 165552 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 165552
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 165552 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 165552 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 165552 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 165552 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 165552 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 16, 24, 48, 3449, 6898, 10347, 13796, 20694, 27592, 41388, 55184, 82776, 165552
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 165552 ÷ 1 | = | 165552 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 2 | = | 82776 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 3 | = | 55184 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 4 | = | 41388 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 6 | = | 27592 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 8 | = | 20694 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 12 | = | 13796 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 16 | = | 10347 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 24 | = | 6898 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 48 | = | 3449 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 3449 | = | 48 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 6898 | = | 24 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 10347 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 13796 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 20694 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 27592 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 41388 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 55184 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 82776 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 165552 ÷ 165552 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 165552
| 1 x 165552 | = | 165552 |
| 2 x 82776 | = | 165552 |
| 3 x 55184 | = | 165552 |
| 4 x 41388 | = | 165552 |
| 6 x 27592 | = | 165552 |
| 8 x 20694 | = | 165552 |
| 12 x 13796 | = | 165552 |
| 16 x 10347 | = | 165552 |
| 24 x 6898 | = | 165552 |
| 48 x 3449 | = | 165552 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 165552
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 16 + 24 + 48 + 3449 + 6898 + 10347 + 13796 + 20694 + 27592 + 41388 + 55184 + 82776 + 165552 = 427800
▶ ตัวประกอบของ 165552 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 3449
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 165552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
165552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3449
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 165552 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
165552 = 24 x 3 x 3449
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 165552 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
165552 = 24 x 3 x 3449
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 165552 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 165552 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 165552 มา 1 คู่ เช่น 2 x 82776
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 165552
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 165552 แบบที่หนึ่ง
- 165552
- 48
- 6
- 2
- 3
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 6
- 3449
- 48
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 165552 แบบที่สอง
- 165552
- 2
- 82776
- 2
- 41388
- 2
- 20694
- 2
- 10347
- 3
- 3449
ดังนั้น 165552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
165552 =
2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3449
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
165552 =
24 x 3 x 3449 หรือ 24 x 31 x 34491
2. การแยกตัวประกอบของ 165552 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 165552 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 165552 นั้นก็คือ 2, 3, 3449 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 165552
2)1655522)827762)413882)206943)103473449)34491ดังนั้น 165552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้165552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3449หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง165552 = 24 x 3 x 3449 หรือ 24 x 31 x 34491วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 165552
1แยกตัวประกอบของ 165552 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 31 x 344912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3449 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 165552 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 165552 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 165552 นั้นก็คือ 2, 3, 3449 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 165552
2
)165552
2
)82776
2
)41388
2
)20694
3
)10347
3449
)3449
1
ดังนั้น 165552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
165552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3449
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
165552 = 24 x 3 x 3449 หรือ 24 x 31 x 34491
1แยกตัวประกอบของ 165552 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 31 x 34491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3449 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 165552 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 165552 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
