โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16037 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16037

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16037 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16037 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 29, 79, 203, 553, 2291, 16037
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16037 ÷ 1=16037เหลือเศษ 0
16037 ÷ 7=2291เหลือเศษ 0
16037 ÷ 29=553เหลือเศษ 0
16037 ÷ 79=203เหลือเศษ 0
16037 ÷ 203=79เหลือเศษ 0
16037 ÷ 553=29เหลือเศษ 0
16037 ÷ 2291=7เหลือเศษ 0
16037 ÷ 16037=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16037
1 x 16037
7 x 2291
29 x 553
79 x 203
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16037
1 + 7 + 29 + 79 + 203 + 553 + 2291 + 16037 = 19200
ตัวประกอบของ 16037 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 29, 79
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16037 = 7 x 29 x 79
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16037 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16037 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16037 มา 1 คู่ เช่น 7 x 2291
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16037
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16037 แบบที่หนึ่ง
  • 16037
    • 79
    • 203
      • 7
      • 29

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16037 แบบที่สอง
  • 16037
    • 7
    • 2291
      • 29
      • 79
ดังนั้น 16037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16037 = 7 x 29 x 79

2. การแยกตัวประกอบของ 16037 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16037 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16037 นั้นก็คือ 7, 29, 79 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16037

7
)16037
29
)2291
79
)79
1
ดังนั้น 16037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16037 = 7 x 29 x 79

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16037

1แยกตัวประกอบของ 16037 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 291 x 791
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16037 มีทั้งหมด 8 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16037 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇