ตัวประกอบของ 121047 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 121047
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 121047 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 121047 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 121047 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 121047 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 121047 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 157, 257, 471, 771, 40349, 121047
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 121047 ÷ 1 | = | 121047 | เหลือเศษ 0 |
| 121047 ÷ 3 | = | 40349 | เหลือเศษ 0 |
| 121047 ÷ 157 | = | 771 | เหลือเศษ 0 |
| 121047 ÷ 257 | = | 471 | เหลือเศษ 0 |
| 121047 ÷ 471 | = | 257 | เหลือเศษ 0 |
| 121047 ÷ 771 | = | 157 | เหลือเศษ 0 |
| 121047 ÷ 40349 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 121047 ÷ 121047 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 121047
| 1 x 121047 | = | 121047 |
| 3 x 40349 | = | 121047 |
| 157 x 771 | = | 121047 |
| 257 x 471 | = | 121047 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 121047
1 + 3 + 157 + 257 + 471 + 771 + 40349 + 121047 = 163056
▶ ตัวประกอบของ 121047 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 157, 257
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 121047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
121047 = 3 x 157 x 257
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 121047 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 121047 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 121047 มา 1 คู่ เช่น 3 x 40349
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 121047
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 121047 แบบที่หนึ่ง
- 121047
- 257
- 471
- 3
- 157
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 121047 แบบที่สอง
- 121047
- 3
- 40349
- 157
- 257
ดังนั้น 121047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
121047 =
3 x 157 x 257
2. การแยกตัวประกอบของ 121047 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 121047 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 121047 นั้นก็คือ 3, 157, 257 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 121047
3)121047157)40349257)2571ดังนั้น 121047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้121047 = 3 x 157 x 257วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 121047
1แยกตัวประกอบของ 121047 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1571 x 25712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 157 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 257 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 121047 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 121047 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 121047 นั้นก็คือ 3, 157, 257 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 121047
3
)121047
157
)40349
257
)257
1
ดังนั้น 121047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
121047 = 3 x 157 x 257
1แยกตัวประกอบของ 121047 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1571 x 2571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 157 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 257 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 121047 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 121047 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
