ตัวประกอบของ 120162 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 120162
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 120162 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 120162 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 120162 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 120162 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 120162 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 7, 14, 21, 42, 2861, 5722, 8583, 17166, 20027, 40054, 60081, 120162
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 120162 ÷ 1 | = | 120162 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 2 | = | 60081 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 3 | = | 40054 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 6 | = | 20027 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 7 | = | 17166 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 14 | = | 8583 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 21 | = | 5722 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 42 | = | 2861 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 2861 | = | 42 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 5722 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 8583 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 17166 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 20027 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 40054 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 60081 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 120162 ÷ 120162 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 120162
| 1 x 120162 | = | 120162 |
| 2 x 60081 | = | 120162 |
| 3 x 40054 | = | 120162 |
| 6 x 20027 | = | 120162 |
| 7 x 17166 | = | 120162 |
| 14 x 8583 | = | 120162 |
| 21 x 5722 | = | 120162 |
| 42 x 2861 | = | 120162 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 120162
1 + 2 + 3 + 6 + 7 + 14 + 21 + 42 + 2861 + 5722 + 8583 + 17166 + 20027 + 40054 + 60081 + 120162 = 274752
▶ ตัวประกอบของ 120162 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 7, 2861
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 120162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
120162 = 2 x 3 x 7 x 2861
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 120162 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 120162 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 120162 มา 1 คู่ เช่น 2 x 60081
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 120162
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 120162 แบบที่หนึ่ง
- 120162
- 42
- 6
- 2
- 3
- 7
- 6
- 2861
- 42
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 120162 แบบที่สอง
- 120162
- 2
- 60081
- 3
- 20027
- 7
- 2861
ดังนั้น 120162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
120162 =
2 x 3 x 7 x 2861
2. การแยกตัวประกอบของ 120162 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 120162 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 120162 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 2861 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 120162
2)1201623)600817)200272861)28611ดังนั้น 120162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้120162 = 2 x 3 x 7 x 2861วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 120162
1แยกตัวประกอบของ 120162 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 71 x 286112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2861 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 120162 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 120162 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 120162 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 2861 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 120162
2
)120162
3
)60081
7
)20027
2861
)2861
1
ดังนั้น 120162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
120162 = 2 x 3 x 7 x 2861
1แยกตัวประกอบของ 120162 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 71 x 28611
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2861 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 120162 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 120162 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
