ตัวประกอบของ 104167 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 104167
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 104167 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 104167 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 104167 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 104167 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 104167 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 23, 161, 647, 4529, 14881, 104167
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 104167 ÷ 1 | = | 104167 | เหลือเศษ 0 |
| 104167 ÷ 7 | = | 14881 | เหลือเศษ 0 |
| 104167 ÷ 23 | = | 4529 | เหลือเศษ 0 |
| 104167 ÷ 161 | = | 647 | เหลือเศษ 0 |
| 104167 ÷ 647 | = | 161 | เหลือเศษ 0 |
| 104167 ÷ 4529 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 104167 ÷ 14881 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 104167 ÷ 104167 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 104167
| 1 x 104167 | = | 104167 |
| 7 x 14881 | = | 104167 |
| 23 x 4529 | = | 104167 |
| 161 x 647 | = | 104167 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 104167
1 + 7 + 23 + 161 + 647 + 4529 + 14881 + 104167 = 124416
▶ ตัวประกอบของ 104167 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 23, 647
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 104167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104167 = 7 x 23 x 647
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 104167 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 104167 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 104167 มา 1 คู่ เช่น 7 x 14881
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104167
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104167 แบบที่หนึ่ง
- 104167
- 161
- 7
- 23
- 647
- 161
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104167 แบบที่สอง
- 104167
- 7
- 14881
- 23
- 647
ดังนั้น 104167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104167 =
7 x 23 x 647
2. การแยกตัวประกอบของ 104167 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 104167 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104167 นั้นก็คือ 7, 23, 647 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104167
7)10416723)14881647)6471ดังนั้น 104167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้104167 = 7 x 23 x 647วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 104167
1แยกตัวประกอบของ 104167 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 231 x 64712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 647 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104167 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 104167 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104167 นั้นก็คือ 7, 23, 647 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104167
7
)104167
23
)14881
647
)647
1
ดังนั้น 104167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104167 = 7 x 23 x 647
1แยกตัวประกอบของ 104167 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 231 x 6471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 647 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104167 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 104167 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
