ตัวประกอบของ 104007 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 104007
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 104007 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 104007 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 104007 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 104007 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 104007 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 37, 111, 937, 2811, 34669, 104007
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 104007 ÷ 1 | = | 104007 | เหลือเศษ 0 |
| 104007 ÷ 3 | = | 34669 | เหลือเศษ 0 |
| 104007 ÷ 37 | = | 2811 | เหลือเศษ 0 |
| 104007 ÷ 111 | = | 937 | เหลือเศษ 0 |
| 104007 ÷ 937 | = | 111 | เหลือเศษ 0 |
| 104007 ÷ 2811 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 104007 ÷ 34669 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 104007 ÷ 104007 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 104007
| 1 x 104007 | = | 104007 |
| 3 x 34669 | = | 104007 |
| 37 x 2811 | = | 104007 |
| 111 x 937 | = | 104007 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 104007
1 + 3 + 37 + 111 + 937 + 2811 + 34669 + 104007 = 142576
▶ ตัวประกอบของ 104007 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 37, 937
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 104007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104007 = 3 x 37 x 937
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 104007 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 104007 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 104007 มา 1 คู่ เช่น 3 x 34669
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104007
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104007 แบบที่หนึ่ง
- 104007
- 111
- 3
- 37
- 937
- 111
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104007 แบบที่สอง
- 104007
- 3
- 34669
- 37
- 937
ดังนั้น 104007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104007 =
3 x 37 x 937
2. การแยกตัวประกอบของ 104007 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 104007 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104007 นั้นก็คือ 3, 37, 937 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104007
3)10400737)34669937)9371ดังนั้น 104007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้104007 = 3 x 37 x 937วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 104007
1แยกตัวประกอบของ 104007 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 371 x 93712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 937 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104007 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 104007 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104007 นั้นก็คือ 3, 37, 937 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104007
3
)104007
37
)34669
937
)937
1
ดังนั้น 104007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104007 = 3 x 37 x 937
1แยกตัวประกอบของ 104007 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 371 x 9371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 937 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104007 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 104007 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
