ตัวประกอบของ 103648 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 103648
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 103648 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 103648 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 103648 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 103648 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 103648 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 32, 41, 79, 82, 158, 164, 316, 328, 632, 656, 1264, 1312, 2528, 3239, 6478, 12956, 25912, 51824, 103648
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 103648 ÷ 1 | = | 103648 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 2 | = | 51824 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 4 | = | 25912 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 8 | = | 12956 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 16 | = | 6478 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 32 | = | 3239 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 41 | = | 2528 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 79 | = | 1312 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 82 | = | 1264 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 158 | = | 656 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 164 | = | 632 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 316 | = | 328 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 328 | = | 316 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 632 | = | 164 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 656 | = | 158 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 1264 | = | 82 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 1312 | = | 79 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 2528 | = | 41 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 3239 | = | 32 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 6478 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 12956 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 25912 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 51824 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 103648 ÷ 103648 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 103648
| 1 x 103648 | = | 103648 |
| 2 x 51824 | = | 103648 |
| 4 x 25912 | = | 103648 |
| 8 x 12956 | = | 103648 |
| 16 x 6478 | = | 103648 |
| 32 x 3239 | = | 103648 |
| 41 x 2528 | = | 103648 |
| 79 x 1312 | = | 103648 |
| 82 x 1264 | = | 103648 |
| 158 x 656 | = | 103648 |
| 164 x 632 | = | 103648 |
| 316 x 328 | = | 103648 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 103648
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 32 + 41 + 79 + 82 + 158 + 164 + 316 + 328 + 632 + 656 + 1264 + 1312 + 2528 + 3239 + 6478 + 12956 + 25912 + 51824 + 103648 = 211680
▶ ตัวประกอบของ 103648 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 41, 79
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 103648 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103648 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 41 x 79
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103648 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103648 = 25 x 41 x 79
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103648 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103648 = 25 x 41 x 79
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 103648 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 103648 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 103648 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51824
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103648
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103648 แบบที่หนึ่ง
- 103648
- 316
- 4
- 2
- 2
- 79
- 4
- 328
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 41
- 8
- 316
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103648 แบบที่สอง
- 103648
- 2
- 51824
- 2
- 25912
- 2
- 12956
- 2
- 6478
- 2
- 3239
- 41
- 79
ดังนั้น 103648 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103648 =
2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 41 x 79
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103648 =
25 x 41 x 79 หรือ 25 x 411 x 791
2. การแยกตัวประกอบของ 103648 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 103648 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103648 นั้นก็คือ 2, 41, 79 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103648
2)1036482)518242)259122)129562)647841)323979)791ดังนั้น 103648 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้103648 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 41 x 79หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง103648 = 25 x 41 x 79 หรือ 25 x 411 x 791วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 103648
1แยกตัวประกอบของ 103648 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 411 x 7912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103648 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 103648 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103648 นั้นก็คือ 2, 41, 79 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103648
2
)103648
2
)51824
2
)25912
2
)12956
2
)6478
41
)3239
79
)79
1
ดังนั้น 103648 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103648 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 41 x 79
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103648 = 25 x 41 x 79 หรือ 25 x 411 x 791
1แยกตัวประกอบของ 103648 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 411 x 791
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103648 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 103648 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
