ตัวประกอบของ 103442 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 103442
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 103442 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 103442 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 103442 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 103442 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 103442 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 51721, 103442
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 103442 ÷ 1 | = | 103442 | เหลือเศษ 0 |
| 103442 ÷ 2 | = | 51721 | เหลือเศษ 0 |
| 103442 ÷ 51721 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 103442 ÷ 103442 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 103442
| 1 x 103442 | = | 103442 |
| 2 x 51721 | = | 103442 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 103442
1 + 2 + 51721 + 103442 = 155166
▶ ตัวประกอบของ 103442 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 51721
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 103442 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103442 = 2 x 51721
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 103442 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 103442 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 103442 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51721
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103442
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103442
- 103442
- 2
- 51721
ดังนั้น 103442 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103442 =
2 x 51721
2. การแยกตัวประกอบของ 103442 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 103442 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103442 นั้นก็คือ 2, 51721 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103442
2)10344251721)517211ดังนั้น 103442 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้103442 = 2 x 51721วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 103442
1แยกตัวประกอบของ 103442 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 5172112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 51721 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103442 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 103442 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103442 นั้นก็คือ 2, 51721 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103442
2
)103442
51721
)51721
1
ดังนั้น 103442 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103442 = 2 x 51721
1แยกตัวประกอบของ 103442 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 517211
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 51721 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103442 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 103442 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
