ตัวประกอบของ 103302 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 103302
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 103302 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 103302 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 103302 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 103302 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 103302 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 27, 54, 1913, 3826, 5739, 11478, 17217, 34434, 51651, 103302
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 103302 ÷ 1 | = | 103302 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 2 | = | 51651 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 3 | = | 34434 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 6 | = | 17217 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 9 | = | 11478 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 18 | = | 5739 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 27 | = | 3826 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 54 | = | 1913 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 1913 | = | 54 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 3826 | = | 27 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 5739 | = | 18 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 11478 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 17217 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 34434 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 51651 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 103302 ÷ 103302 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 103302
| 1 x 103302 | = | 103302 |
| 2 x 51651 | = | 103302 |
| 3 x 34434 | = | 103302 |
| 6 x 17217 | = | 103302 |
| 9 x 11478 | = | 103302 |
| 18 x 5739 | = | 103302 |
| 27 x 3826 | = | 103302 |
| 54 x 1913 | = | 103302 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 103302
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 27 + 54 + 1913 + 3826 + 5739 + 11478 + 17217 + 34434 + 51651 + 103302 = 229680
▶ ตัวประกอบของ 103302 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1913
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 103302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103302 = 2 x 3 x 3 x 3 x 1913
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103302 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103302 = 2 x 33 x 1913
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103302 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103302 = 2 x 33 x 1913
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 103302 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 103302 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 103302 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51651
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103302
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103302 แบบที่หนึ่ง
- 103302
- 54
- 6
- 2
- 3
- 9
- 3
- 3
- 6
- 1913
- 54
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103302 แบบที่สอง
- 103302
- 2
- 51651
- 3
- 17217
- 3
- 5739
- 3
- 1913
ดังนั้น 103302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103302 =
2 x 3 x 3 x 3 x 1913
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103302 =
2 x 33 x 1913 หรือ 21 x 33 x 19131
2. การแยกตัวประกอบของ 103302 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 103302 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103302 นั้นก็คือ 2, 3, 1913 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103302
2)1033023)516513)172173)57391913)19131ดังนั้น 103302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้103302 = 2 x 3 x 3 x 3 x 1913หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง103302 = 2 x 33 x 1913 หรือ 21 x 33 x 19131วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 103302
1แยกตัวประกอบของ 103302 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 191312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 1913 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103302 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 103302 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103302 นั้นก็คือ 2, 3, 1913 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103302
2
)103302
3
)51651
3
)17217
3
)5739
1913
)1913
1
ดังนั้น 103302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103302 = 2 x 3 x 3 x 3 x 1913
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103302 = 2 x 33 x 1913 หรือ 21 x 33 x 19131
1แยกตัวประกอบของ 103302 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 19131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 1913 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103302 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 103302 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
