ตัวประกอบของ 102613 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 102613
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 102613 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 102613 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 102613 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 102613 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 102613 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 107, 137, 749, 959, 14659, 102613
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 102613 ÷ 1 | = | 102613 | เหลือเศษ 0 |
| 102613 ÷ 7 | = | 14659 | เหลือเศษ 0 |
| 102613 ÷ 107 | = | 959 | เหลือเศษ 0 |
| 102613 ÷ 137 | = | 749 | เหลือเศษ 0 |
| 102613 ÷ 749 | = | 137 | เหลือเศษ 0 |
| 102613 ÷ 959 | = | 107 | เหลือเศษ 0 |
| 102613 ÷ 14659 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 102613 ÷ 102613 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 102613
| 1 x 102613 | = | 102613 |
| 7 x 14659 | = | 102613 |
| 107 x 959 | = | 102613 |
| 137 x 749 | = | 102613 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 102613
1 + 7 + 107 + 137 + 749 + 959 + 14659 + 102613 = 119232
▶ ตัวประกอบของ 102613 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 107, 137
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 102613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102613 = 7 x 107 x 137
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 102613 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 102613 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 102613 มา 1 คู่ เช่น 7 x 14659
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102613
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102613 แบบที่หนึ่ง
- 102613
- 137
- 749
- 7
- 107
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102613 แบบที่สอง
- 102613
- 7
- 14659
- 107
- 137
ดังนั้น 102613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102613 =
7 x 107 x 137
2. การแยกตัวประกอบของ 102613 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 102613 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102613 นั้นก็คือ 7, 107, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102613
7)102613107)14659137)1371ดังนั้น 102613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้102613 = 7 x 107 x 137วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 102613
1แยกตัวประกอบของ 102613 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 1071 x 13712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 107 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102613 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 102613 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102613 นั้นก็คือ 7, 107, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102613
7
)102613
107
)14659
137
)137
1
ดังนั้น 102613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102613 = 7 x 107 x 137
1แยกตัวประกอบของ 102613 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 1071 x 1371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 107 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102613 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 102613 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
