ตัวประกอบของ 102550 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 102550
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 102550 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 102550 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 102550 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 102550 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 102550 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 5, 7, 10, 14, 25, 35, 50, 70, 175, 293, 350, 586, 1465, 2051, 2930, 4102, 7325, 10255, 14650, 20510, 51275, 102550
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 102550 ÷ 1 | = | 102550 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 2 | = | 51275 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 5 | = | 20510 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 7 | = | 14650 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 10 | = | 10255 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 14 | = | 7325 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 25 | = | 4102 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 35 | = | 2930 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 50 | = | 2051 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 70 | = | 1465 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 175 | = | 586 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 293 | = | 350 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 350 | = | 293 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 586 | = | 175 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 1465 | = | 70 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 2051 | = | 50 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 2930 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 4102 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 7325 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 10255 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 14650 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 20510 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 51275 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 102550 ÷ 102550 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 102550
| 1 x 102550 | = | 102550 |
| 2 x 51275 | = | 102550 |
| 5 x 20510 | = | 102550 |
| 7 x 14650 | = | 102550 |
| 10 x 10255 | = | 102550 |
| 14 x 7325 | = | 102550 |
| 25 x 4102 | = | 102550 |
| 35 x 2930 | = | 102550 |
| 50 x 2051 | = | 102550 |
| 70 x 1465 | = | 102550 |
| 175 x 586 | = | 102550 |
| 293 x 350 | = | 102550 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 102550
1 + 2 + 5 + 7 + 10 + 14 + 25 + 35 + 50 + 70 + 175 + 293 + 350 + 586 + 1465 + 2051 + 2930 + 4102 + 7325 + 10255 + 14650 + 20510 + 51275 + 102550 = 218736
▶ ตัวประกอบของ 102550 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 5, 7, 293
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 102550 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102550 = 2 x 5 x 5 x 7 x 293
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 102550 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
102550 = 2 x 52 x 7 x 293
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 102550 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
102550 = 2 x 52 x 7 x 293
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 102550 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 102550 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 102550 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51275
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102550
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102550 แบบที่หนึ่ง
- 102550
- 293
- 350
- 14
- 2
- 7
- 25
- 5
- 5
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102550 แบบที่สอง
- 102550
- 2
- 51275
- 5
- 10255
- 5
- 2051
- 7
- 293
ดังนั้น 102550 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102550 =
2 x 5 x 5 x 7 x 293
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
102550 =
2 x 52 x 7 x 293 หรือ 21 x 52 x 71 x 2931
2. การแยกตัวประกอบของ 102550 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 102550 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102550 นั้นก็คือ 2, 5, 7, 293 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102550
2)1025505)512755)102557)2051293)2931ดังนั้น 102550 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้102550 = 2 x 5 x 5 x 7 x 293หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง102550 = 2 x 52 x 7 x 293 หรือ 21 x 52 x 71 x 2931วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 102550
1แยกตัวประกอบของ 102550 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 52 x 71 x 29312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 293 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102550 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 102550 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102550 นั้นก็คือ 2, 5, 7, 293 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102550
2
)102550
5
)51275
5
)10255
7
)2051
293
)293
1
ดังนั้น 102550 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102550 = 2 x 5 x 5 x 7 x 293
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
102550 = 2 x 52 x 7 x 293 หรือ 21 x 52 x 71 x 2931
1แยกตัวประกอบของ 102550 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 52 x 71 x 2931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 293 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102550 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 102550 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
