ตัวประกอบของ 102513 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 102513
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 102513 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 102513 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 102513 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 102513 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 102513 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 3, 34171, 102513
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 102513 ÷ 1 | = | 102513 | เหลือเศษ 0 |
| 102513 ÷ 3 | = | 34171 | เหลือเศษ 0 |
| 102513 ÷ 34171 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 102513 ÷ 102513 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 102513
| 1 x 102513 | = | 102513 |
| 3 x 34171 | = | 102513 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 102513
1 + 3 + 34171 + 102513 = 136688
▶ ตัวประกอบของ 102513 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 34171
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 102513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102513 = 3 x 34171
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 102513 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 102513 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 102513 มา 1 คู่ เช่น 3 x 34171
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102513
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102513
- 102513
- 3
- 34171
ดังนั้น 102513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102513 =
3 x 34171
2. การแยกตัวประกอบของ 102513 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 102513 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102513 นั้นก็คือ 3, 34171 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102513
3)10251334171)341711ดังนั้น 102513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้102513 = 3 x 34171วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 102513
1แยกตัวประกอบของ 102513 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 3417112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 34171 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102513 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 102513 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102513 นั้นก็คือ 3, 34171 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102513
3
)102513
34171
)34171
1
ดังนั้น 102513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102513 = 3 x 34171
1แยกตัวประกอบของ 102513 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 341711
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 34171 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102513 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 102513 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
