ตัวประกอบของ 102507 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 102507
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 102507 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 102507 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 102507 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 102507 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 102507 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 47, 141, 727, 2181, 34169, 102507
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 102507 ÷ 1 | = | 102507 | เหลือเศษ 0 |
| 102507 ÷ 3 | = | 34169 | เหลือเศษ 0 |
| 102507 ÷ 47 | = | 2181 | เหลือเศษ 0 |
| 102507 ÷ 141 | = | 727 | เหลือเศษ 0 |
| 102507 ÷ 727 | = | 141 | เหลือเศษ 0 |
| 102507 ÷ 2181 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 102507 ÷ 34169 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 102507 ÷ 102507 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 102507
| 1 x 102507 | = | 102507 |
| 3 x 34169 | = | 102507 |
| 47 x 2181 | = | 102507 |
| 141 x 727 | = | 102507 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 102507
1 + 3 + 47 + 141 + 727 + 2181 + 34169 + 102507 = 139776
▶ ตัวประกอบของ 102507 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 47, 727
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 102507 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102507 = 3 x 47 x 727
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 102507 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 102507 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 102507 มา 1 คู่ เช่น 3 x 34169
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102507
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102507 แบบที่หนึ่ง
- 102507
- 141
- 3
- 47
- 727
- 141
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102507 แบบที่สอง
- 102507
- 3
- 34169
- 47
- 727
ดังนั้น 102507 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102507 =
3 x 47 x 727
2. การแยกตัวประกอบของ 102507 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 102507 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102507 นั้นก็คือ 3, 47, 727 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102507
3)10250747)34169727)7271ดังนั้น 102507 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้102507 = 3 x 47 x 727วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 102507
1แยกตัวประกอบของ 102507 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 471 x 72712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 727 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102507 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 102507 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102507 นั้นก็คือ 3, 47, 727 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102507
3
)102507
47
)34169
727
)727
1
ดังนั้น 102507 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102507 = 3 x 47 x 727
1แยกตัวประกอบของ 102507 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 471 x 7271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 727 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102507 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 102507 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
