ตัวประกอบของ 101456 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101456
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101456 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101456 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 101456 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101456 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101456 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 17, 34, 68, 136, 272, 373, 746, 1492, 2984, 5968, 6341, 12682, 25364, 50728, 101456
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101456 ÷ 1 | = | 101456 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 2 | = | 50728 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 4 | = | 25364 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 8 | = | 12682 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 16 | = | 6341 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 17 | = | 5968 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 34 | = | 2984 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 68 | = | 1492 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 136 | = | 746 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 272 | = | 373 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 373 | = | 272 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 746 | = | 136 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 1492 | = | 68 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 2984 | = | 34 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 5968 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 6341 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 12682 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 25364 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 50728 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 101456 ÷ 101456 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101456
| 1 x 101456 | = | 101456 |
| 2 x 50728 | = | 101456 |
| 4 x 25364 | = | 101456 |
| 8 x 12682 | = | 101456 |
| 16 x 6341 | = | 101456 |
| 17 x 5968 | = | 101456 |
| 34 x 2984 | = | 101456 |
| 68 x 1492 | = | 101456 |
| 136 x 746 | = | 101456 |
| 272 x 373 | = | 101456 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101456
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 17 + 34 + 68 + 136 + 272 + 373 + 746 + 1492 + 2984 + 5968 + 6341 + 12682 + 25364 + 50728 + 101456 = 208692
▶ ตัวประกอบของ 101456 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 17, 373
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101456 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101456 = 2 x 2 x 2 x 2 x 17 x 373
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 101456 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
101456 = 24 x 17 x 373
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 101456 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
101456 = 24 x 17 x 373
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101456 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101456 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101456 มา 1 คู่ เช่น 2 x 50728
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101456
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101456 แบบที่หนึ่ง
- 101456
- 272
- 16
- 4
- 2
- 2
- 4
- 2
- 2
- 4
- 17
- 16
- 373
- 272
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101456 แบบที่สอง
- 101456
- 2
- 50728
- 2
- 25364
- 2
- 12682
- 2
- 6341
- 17
- 373
ดังนั้น 101456 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101456 =
2 x 2 x 2 x 2 x 17 x 373
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
101456 =
24 x 17 x 373 หรือ 24 x 171 x 3731
2. การแยกตัวประกอบของ 101456 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101456 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101456 นั้นก็คือ 2, 17, 373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101456
2)1014562)507282)253642)1268217)6341373)3731ดังนั้น 101456 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101456 = 2 x 2 x 2 x 2 x 17 x 373หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง101456 = 24 x 17 x 373 หรือ 24 x 171 x 3731วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101456
1แยกตัวประกอบของ 101456 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 171 x 37312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101456 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101456 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101456 นั้นก็คือ 2, 17, 373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101456
2
)101456
2
)50728
2
)25364
2
)12682
17
)6341
373
)373
1
ดังนั้น 101456 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101456 = 2 x 2 x 2 x 2 x 17 x 373
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
101456 = 24 x 17 x 373 หรือ 24 x 171 x 3731
1แยกตัวประกอบของ 101456 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 171 x 3731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101456 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101456 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
