ตัวประกอบของ 101302 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101302
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101302 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101302 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 101302 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101302 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101302 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 50651, 101302
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101302 ÷ 1 | = | 101302 | เหลือเศษ 0 |
| 101302 ÷ 2 | = | 50651 | เหลือเศษ 0 |
| 101302 ÷ 50651 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 101302 ÷ 101302 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101302
| 1 x 101302 | = | 101302 |
| 2 x 50651 | = | 101302 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101302
1 + 2 + 50651 + 101302 = 151956
▶ ตัวประกอบของ 101302 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 50651
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101302 = 2 x 50651
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101302 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101302 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101302 มา 1 คู่ เช่น 2 x 50651
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101302
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101302
- 101302
- 2
- 50651
ดังนั้น 101302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101302 =
2 x 50651
2. การแยกตัวประกอบของ 101302 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101302 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101302 นั้นก็คือ 2, 50651 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101302
2)10130250651)506511ดังนั้น 101302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101302 = 2 x 50651วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101302
1แยกตัวประกอบของ 101302 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 5065112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 50651 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101302 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101302 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101302 นั้นก็คือ 2, 50651 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101302
2
)101302
50651
)50651
1
ดังนั้น 101302 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101302 = 2 x 50651
1แยกตัวประกอบของ 101302 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 506511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 50651 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101302 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101302 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
