ตัวประกอบของ 101253 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101253
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101253 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101253 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 101253 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101253 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101253 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 3, 33751, 101253
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101253 ÷ 1 | = | 101253 | เหลือเศษ 0 |
| 101253 ÷ 3 | = | 33751 | เหลือเศษ 0 |
| 101253 ÷ 33751 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 101253 ÷ 101253 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101253
| 1 x 101253 | = | 101253 |
| 3 x 33751 | = | 101253 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101253
1 + 3 + 33751 + 101253 = 135008
▶ ตัวประกอบของ 101253 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 33751
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101253 = 3 x 33751
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101253 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101253 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101253 มา 1 คู่ เช่น 3 x 33751
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101253
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101253
- 101253
- 3
- 33751
ดังนั้น 101253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101253 =
3 x 33751
2. การแยกตัวประกอบของ 101253 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101253 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101253 นั้นก็คือ 3, 33751 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101253
3)10125333751)337511ดังนั้น 101253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101253 = 3 x 33751วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101253
1แยกตัวประกอบของ 101253 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 3375112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 33751 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101253 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101253 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101253 นั้นก็คือ 3, 33751 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101253
3
)101253
33751
)33751
1
ดังนั้น 101253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101253 = 3 x 33751
1แยกตัวประกอบของ 101253 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 337511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 33751 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101253 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101253 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
