ตัวประกอบของ 101157 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101157
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101157 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101157 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 101157 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101157 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101157 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 7, 21, 4817, 14451, 33719, 101157
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101157 ÷ 1 | = | 101157 | เหลือเศษ 0 |
| 101157 ÷ 3 | = | 33719 | เหลือเศษ 0 |
| 101157 ÷ 7 | = | 14451 | เหลือเศษ 0 |
| 101157 ÷ 21 | = | 4817 | เหลือเศษ 0 |
| 101157 ÷ 4817 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 101157 ÷ 14451 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 101157 ÷ 33719 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 101157 ÷ 101157 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101157
| 1 x 101157 | = | 101157 |
| 3 x 33719 | = | 101157 |
| 7 x 14451 | = | 101157 |
| 21 x 4817 | = | 101157 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101157
1 + 3 + 7 + 21 + 4817 + 14451 + 33719 + 101157 = 154176
▶ ตัวประกอบของ 101157 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 4817
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101157 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101157 = 3 x 7 x 4817
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101157 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101157 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101157 มา 1 คู่ เช่น 3 x 33719
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101157
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101157 แบบที่หนึ่ง
- 101157
- 21
- 3
- 7
- 4817
- 21
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101157 แบบที่สอง
- 101157
- 3
- 33719
- 7
- 4817
ดังนั้น 101157 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101157 =
3 x 7 x 4817
2. การแยกตัวประกอบของ 101157 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101157 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101157 นั้นก็คือ 3, 7, 4817 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101157
3)1011577)337194817)48171ดังนั้น 101157 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101157 = 3 x 7 x 4817วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101157
1แยกตัวประกอบของ 101157 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 71 x 481712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4817 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101157 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101157 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101157 นั้นก็คือ 3, 7, 4817 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101157
3
)101157
7
)33719
4817
)4817
1
ดังนั้น 101157 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101157 = 3 x 7 x 4817
1แยกตัวประกอบของ 101157 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 71 x 48171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4817 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101157 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101157 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
