โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 97525 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 97525

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 97525 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 97525 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 5, 25, 47, 83, 235, 415, 1175, 2075, 3901, 19505, 97525
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
97525 ÷ 1=97525เหลือเศษ 0
97525 ÷ 5=19505เหลือเศษ 0
97525 ÷ 25=3901เหลือเศษ 0
97525 ÷ 47=2075เหลือเศษ 0
97525 ÷ 83=1175เหลือเศษ 0
97525 ÷ 235=415เหลือเศษ 0
97525 ÷ 415=235เหลือเศษ 0
97525 ÷ 1175=83เหลือเศษ 0
97525 ÷ 2075=47เหลือเศษ 0
97525 ÷ 3901=25เหลือเศษ 0
97525 ÷ 19505=5เหลือเศษ 0
97525 ÷ 97525=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 97525
1 x 97525
5 x 19505
25 x 3901
47 x 2075
83 x 1175
235 x 415
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 97525
1 + 5 + 25 + 47 + 83 + 235 + 415 + 1175 + 2075 + 3901 + 19505 + 97525 = 124992
ตัวประกอบของ 97525 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 47, 83
การแยกตัวประกอบคืออะไร

97525 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

97525 = 5 x 5 x 47 x 83
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 97525 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
97525 = 52 x 47 x 83
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 97525 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 97525 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 97525 มา 1 คู่ เช่น 5 x 19505
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 97525
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 97525 แบบที่หนึ่ง
  • 97525
    • 235
      • 5
      • 47
    • 415
      • 5
      • 83

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 97525 แบบที่สอง
  • 97525
    • 5
    • 19505
      • 5
      • 3901
        • 47
        • 83
ดังนั้น 97525 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
97525 = 5 x 5 x 47 x 83
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
97525 = 52 x 47 x 83 หรือ 52 x 471 x 831

2. การแยกตัวประกอบของ 97525 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 97525 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 97525 นั้นก็คือ 5, 47, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 97525

5
)97525
5
)19505
47
)3901
83
)83
1
ดังนั้น 97525 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
97525 = 5 x 5 x 47 x 83
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
97525 = 52 x 47 x 83 หรือ 52 x 471 x 831

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 97525

1แยกตัวประกอบของ 97525 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 52 x 471 x 831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 97525 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 97525 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇