ตัวประกอบของ 93525 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 93525
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 93525 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 93525 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 93525 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 93525 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 93525 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 3, 5, 15, 25, 29, 43, 75, 87, 129, 145, 215, 435, 645, 725, 1075, 1247, 2175, 3225, 3741, 6235, 18705, 31175, 93525
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 93525 ÷ 1 | = | 93525 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 3 | = | 31175 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 5 | = | 18705 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 15 | = | 6235 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 25 | = | 3741 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 29 | = | 3225 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 43 | = | 2175 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 75 | = | 1247 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 87 | = | 1075 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 129 | = | 725 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 145 | = | 645 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 215 | = | 435 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 435 | = | 215 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 645 | = | 145 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 725 | = | 129 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 1075 | = | 87 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 1247 | = | 75 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 2175 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 3225 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 3741 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 6235 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 18705 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 31175 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 93525 ÷ 93525 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 93525
| 1 x 93525 | = | 93525 |
| 3 x 31175 | = | 93525 |
| 5 x 18705 | = | 93525 |
| 15 x 6235 | = | 93525 |
| 25 x 3741 | = | 93525 |
| 29 x 3225 | = | 93525 |
| 43 x 2175 | = | 93525 |
| 75 x 1247 | = | 93525 |
| 87 x 1075 | = | 93525 |
| 129 x 725 | = | 93525 |
| 145 x 645 | = | 93525 |
| 215 x 435 | = | 93525 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 93525
1 + 3 + 5 + 15 + 25 + 29 + 43 + 75 + 87 + 129 + 145 + 215 + 435 + 645 + 725 + 1075 + 1247 + 2175 + 3225 + 3741 + 6235 + 18705 + 31175 + 93525 = 163680
▶ ตัวประกอบของ 93525 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 5, 29, 43
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 93525 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93525 = 3 x 5 x 5 x 29 x 43
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 93525 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
93525 = 3 x 52 x 29 x 43
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 93525 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
93525 = 3 x 52 x 29 x 43
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 93525 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 93525 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 93525 มา 1 คู่ เช่น 3 x 31175
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93525
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 93525 แบบที่หนึ่ง
- 93525
- 215
- 5
- 43
- 435
- 15
- 3
- 5
- 29
- 15
- 215
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 93525 แบบที่สอง
- 93525
- 3
- 31175
- 5
- 6235
- 5
- 1247
- 29
- 43
ดังนั้น 93525 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93525 =
3 x 5 x 5 x 29 x 43
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
93525 =
3 x 52 x 29 x 43 หรือ 31 x 52 x 291 x 431
2. การแยกตัวประกอบของ 93525 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 93525 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 93525 นั้นก็คือ 3, 5, 29, 43 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93525
3)935255)311755)623529)124743)431ดังนั้น 93525 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้93525 = 3 x 5 x 5 x 29 x 43หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง93525 = 3 x 52 x 29 x 43 หรือ 31 x 52 x 291 x 431วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 93525
1แยกตัวประกอบของ 93525 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 52 x 291 x 4312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 93525 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 93525 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 93525 นั้นก็คือ 3, 5, 29, 43 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93525
3
)93525
5
)31175
5
)6235
29
)1247
43
)43
1
ดังนั้น 93525 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93525 = 3 x 5 x 5 x 29 x 43
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
93525 = 3 x 52 x 29 x 43 หรือ 31 x 52 x 291 x 431
1แยกตัวประกอบของ 93525 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 52 x 291 x 431
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 93525 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 93525 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
