ตัวประกอบของ 93483 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 93483
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 93483 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 93483 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 93483 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 93483 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 93483 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 3, 9, 13, 17, 39, 47, 51, 117, 141, 153, 221, 423, 611, 663, 799, 1833, 1989, 2397, 5499, 7191, 10387, 31161, 93483
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 93483 ÷ 1 | = | 93483 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 3 | = | 31161 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 9 | = | 10387 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 13 | = | 7191 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 17 | = | 5499 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 39 | = | 2397 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 47 | = | 1989 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 51 | = | 1833 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 117 | = | 799 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 141 | = | 663 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 153 | = | 611 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 221 | = | 423 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 423 | = | 221 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 611 | = | 153 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 663 | = | 141 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 799 | = | 117 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 1833 | = | 51 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 1989 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 2397 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 5499 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 7191 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 10387 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 31161 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 93483 ÷ 93483 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 93483
| 1 x 93483 | = | 93483 |
| 3 x 31161 | = | 93483 |
| 9 x 10387 | = | 93483 |
| 13 x 7191 | = | 93483 |
| 17 x 5499 | = | 93483 |
| 39 x 2397 | = | 93483 |
| 47 x 1989 | = | 93483 |
| 51 x 1833 | = | 93483 |
| 117 x 799 | = | 93483 |
| 141 x 663 | = | 93483 |
| 153 x 611 | = | 93483 |
| 221 x 423 | = | 93483 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 93483
1 + 3 + 9 + 13 + 17 + 39 + 47 + 51 + 117 + 141 + 153 + 221 + 423 + 611 + 663 + 799 + 1833 + 1989 + 2397 + 5499 + 7191 + 10387 + 31161 + 93483 = 157248
▶ ตัวประกอบของ 93483 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 13, 17, 47
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 93483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93483 = 3 x 3 x 13 x 17 x 47
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 93483 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
93483 = 32 x 13 x 17 x 47
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 93483 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
93483 = 32 x 13 x 17 x 47
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 93483 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 93483 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 93483 มา 1 คู่ เช่น 3 x 31161
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93483
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 93483 แบบที่หนึ่ง
- 93483
- 221
- 13
- 17
- 423
- 9
- 3
- 3
- 47
- 9
- 221
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 93483 แบบที่สอง
- 93483
- 3
- 31161
- 3
- 10387
- 13
- 799
- 17
- 47
ดังนั้น 93483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93483 =
3 x 3 x 13 x 17 x 47
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
93483 =
32 x 13 x 17 x 47 หรือ 32 x 131 x 171 x 471
2. การแยกตัวประกอบของ 93483 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 93483 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 93483 นั้นก็คือ 3, 13, 17, 47 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93483
3)934833)3116113)1038717)79947)471ดังนั้น 93483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้93483 = 3 x 3 x 13 x 17 x 47หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง93483 = 32 x 13 x 17 x 47 หรือ 32 x 131 x 171 x 471วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 93483
1แยกตัวประกอบของ 93483 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 131 x 171 x 4712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 93483 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 93483 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 93483 นั้นก็คือ 3, 13, 17, 47 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93483
3
)93483
3
)31161
13
)10387
17
)799
47
)47
1
ดังนั้น 93483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93483 = 3 x 3 x 13 x 17 x 47
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
93483 = 32 x 13 x 17 x 47 หรือ 32 x 131 x 171 x 471
1แยกตัวประกอบของ 93483 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 131 x 171 x 471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 93483 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 93483 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
