ตัวประกอบของ 93238 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 93238
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 93238 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 93238 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 93238 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 93238 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 93238 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 46619, 93238
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 93238 ÷ 1 | = | 93238 | เหลือเศษ 0 |
| 93238 ÷ 2 | = | 46619 | เหลือเศษ 0 |
| 93238 ÷ 46619 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 93238 ÷ 93238 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 93238
| 1 x 93238 | = | 93238 |
| 2 x 46619 | = | 93238 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 93238
1 + 2 + 46619 + 93238 = 139860
▶ ตัวประกอบของ 93238 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 46619
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 93238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93238 = 2 x 46619
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 93238 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 93238 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 93238 มา 1 คู่ เช่น 2 x 46619
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93238
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 93238
- 93238
- 2
- 46619
ดังนั้น 93238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93238 =
2 x 46619
2. การแยกตัวประกอบของ 93238 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 93238 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 93238 นั้นก็คือ 2, 46619 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93238
2)9323846619)466191ดังนั้น 93238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้93238 = 2 x 46619วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 93238
1แยกตัวประกอบของ 93238 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 4661912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 46619 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 93238 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 93238 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 93238 นั้นก็คือ 2, 46619 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 93238
2
)93238
46619
)46619
1
ดังนั้น 93238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
93238 = 2 x 46619
1แยกตัวประกอบของ 93238 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 466191
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 46619 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 93238 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 93238 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
