ตัวประกอบของ 91946 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 91946
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 91946 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 91946 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 91946 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 91946 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 91946 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 31, 62, 1483, 2966, 45973, 91946
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 91946 ÷ 1 | = | 91946 | เหลือเศษ 0 |
| 91946 ÷ 2 | = | 45973 | เหลือเศษ 0 |
| 91946 ÷ 31 | = | 2966 | เหลือเศษ 0 |
| 91946 ÷ 62 | = | 1483 | เหลือเศษ 0 |
| 91946 ÷ 1483 | = | 62 | เหลือเศษ 0 |
| 91946 ÷ 2966 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 91946 ÷ 45973 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 91946 ÷ 91946 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 91946
| 1 x 91946 | = | 91946 |
| 2 x 45973 | = | 91946 |
| 31 x 2966 | = | 91946 |
| 62 x 1483 | = | 91946 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 91946
1 + 2 + 31 + 62 + 1483 + 2966 + 45973 + 91946 = 142464
▶ ตัวประกอบของ 91946 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 1483
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 91946 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
91946 = 2 x 31 x 1483
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 91946 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 91946 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 91946 มา 1 คู่ เช่น 2 x 45973
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 91946
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 91946 แบบที่หนึ่ง
- 91946
- 62
- 2
- 31
- 1483
- 62
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 91946 แบบที่สอง
- 91946
- 2
- 45973
- 31
- 1483
ดังนั้น 91946 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
91946 =
2 x 31 x 1483
2. การแยกตัวประกอบของ 91946 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 91946 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 91946 นั้นก็คือ 2, 31, 1483 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 91946
2)9194631)459731483)14831ดังนั้น 91946 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้91946 = 2 x 31 x 1483วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 91946
1แยกตัวประกอบของ 91946 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 148312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1483 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 91946 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 91946 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 91946 นั้นก็คือ 2, 31, 1483 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 91946
2
)91946
31
)45973
1483
)1483
1
ดังนั้น 91946 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
91946 = 2 x 31 x 1483
1แยกตัวประกอบของ 91946 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 14831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1483 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 91946 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 91946 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
