ตัวประกอบของ 51625 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51625
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51625 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51625 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 51625 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51625 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51625 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 5, 7, 25, 35, 59, 125, 175, 295, 413, 875, 1475, 2065, 7375, 10325, 51625
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51625 ÷ 1 | = | 51625 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 5 | = | 10325 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 7 | = | 7375 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 25 | = | 2065 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 35 | = | 1475 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 59 | = | 875 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 125 | = | 413 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 175 | = | 295 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 295 | = | 175 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 413 | = | 125 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 875 | = | 59 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 1475 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 2065 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 7375 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 10325 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 51625 ÷ 51625 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51625
| 1 x 51625 | = | 51625 |
| 5 x 10325 | = | 51625 |
| 7 x 7375 | = | 51625 |
| 25 x 2065 | = | 51625 |
| 35 x 1475 | = | 51625 |
| 59 x 875 | = | 51625 |
| 125 x 413 | = | 51625 |
| 175 x 295 | = | 51625 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51625
1 + 5 + 7 + 25 + 35 + 59 + 125 + 175 + 295 + 413 + 875 + 1475 + 2065 + 7375 + 10325 + 51625 = 74880
▶ ตัวประกอบของ 51625 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 7, 59
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51625 = 5 x 5 x 5 x 7 x 59
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 51625 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
51625 = 53 x 7 x 59
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 51625 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
51625 = 53 x 7 x 59
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51625 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51625 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51625 มา 1 คู่ เช่น 5 x 10325
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51625
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51625 แบบที่หนึ่ง
- 51625
- 175
- 7
- 25
- 5
- 5
- 295
- 5
- 59
- 175
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51625 แบบที่สอง
- 51625
- 5
- 10325
- 5
- 2065
- 5
- 413
- 7
- 59
ดังนั้น 51625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51625 =
5 x 5 x 5 x 7 x 59
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
51625 =
53 x 7 x 59 หรือ 53 x 71 x 591
2. การแยกตัวประกอบของ 51625 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51625 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51625 นั้นก็คือ 5, 7, 59 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51625
5)516255)103255)20657)41359)591ดังนั้น 51625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51625 = 5 x 5 x 5 x 7 x 59หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง51625 = 53 x 7 x 59 หรือ 53 x 71 x 591วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51625
1แยกตัวประกอบของ 51625 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 53 x 71 x 5912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51625 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51625 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51625 นั้นก็คือ 5, 7, 59 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51625
5
)51625
5
)10325
5
)2065
7
)413
59
)59
1
ดังนั้น 51625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51625 = 5 x 5 x 5 x 7 x 59
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
51625 = 53 x 7 x 59 หรือ 53 x 71 x 591
1แยกตัวประกอบของ 51625 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 53 x 71 x 591
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51625 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51625 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
