ตัวประกอบของ 51603 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51603
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51603 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51603 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 51603 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51603 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51603 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 103, 167, 309, 501, 17201, 51603
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51603 ÷ 1 | = | 51603 | เหลือเศษ 0 |
| 51603 ÷ 3 | = | 17201 | เหลือเศษ 0 |
| 51603 ÷ 103 | = | 501 | เหลือเศษ 0 |
| 51603 ÷ 167 | = | 309 | เหลือเศษ 0 |
| 51603 ÷ 309 | = | 167 | เหลือเศษ 0 |
| 51603 ÷ 501 | = | 103 | เหลือเศษ 0 |
| 51603 ÷ 17201 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 51603 ÷ 51603 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51603
| 1 x 51603 | = | 51603 |
| 3 x 17201 | = | 51603 |
| 103 x 501 | = | 51603 |
| 167 x 309 | = | 51603 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51603
1 + 3 + 103 + 167 + 309 + 501 + 17201 + 51603 = 69888
▶ ตัวประกอบของ 51603 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 103, 167
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51603 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51603 = 3 x 103 x 167
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51603 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51603 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51603 มา 1 คู่ เช่น 3 x 17201
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51603
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51603 แบบที่หนึ่ง
- 51603
- 167
- 309
- 3
- 103
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51603 แบบที่สอง
- 51603
- 3
- 17201
- 103
- 167
ดังนั้น 51603 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51603 =
3 x 103 x 167
2. การแยกตัวประกอบของ 51603 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51603 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51603 นั้นก็คือ 3, 103, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51603
3)51603103)17201167)1671ดังนั้น 51603 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51603 = 3 x 103 x 167วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51603
1แยกตัวประกอบของ 51603 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1031 x 16712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51603 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51603 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51603 นั้นก็คือ 3, 103, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51603
3
)51603
103
)17201
167
)167
1
ดังนั้น 51603 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51603 = 3 x 103 x 167
1แยกตัวประกอบของ 51603 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1031 x 1671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51603 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51603 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
