ตัวประกอบของ 50467 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 50467
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 50467 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 50467 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 50467 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 50467 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 50467 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 109, 463, 50467
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 50467 ÷ 1 | = | 50467 | เหลือเศษ 0 |
| 50467 ÷ 109 | = | 463 | เหลือเศษ 0 |
| 50467 ÷ 463 | = | 109 | เหลือเศษ 0 |
| 50467 ÷ 50467 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 50467
| 1 x 50467 | = | 50467 |
| 109 x 463 | = | 50467 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 50467
1 + 109 + 463 + 50467 = 51040
▶ ตัวประกอบของ 50467 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
109, 463
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 50467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50467 = 109 x 463
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 50467 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 50467 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 50467 มา 1 คู่ เช่น 109 x 463
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50467
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 50467
- 50467
- 109
- 463
ดังนั้น 50467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50467 =
109 x 463
2. การแยกตัวประกอบของ 50467 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 50467 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50467 นั้นก็คือ 109, 463 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50467
109)50467463)4631ดังนั้น 50467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้50467 = 109 x 463วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 50467
1แยกตัวประกอบของ 50467 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 1091 x 46312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 109 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 463 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50467 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 50467 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50467 นั้นก็คือ 109, 463 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50467
109
)50467
463
)463
1
ดังนั้น 50467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50467 = 109 x 463
1แยกตัวประกอบของ 50467 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 1091 x 4631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 109 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 463 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50467 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 50467 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
