ตัวประกอบของ 50167 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 50167
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 50167 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 50167 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 50167 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 50167 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 50167 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 13, 17, 221, 227, 2951, 3859, 50167
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 50167 ÷ 1 | = | 50167 | เหลือเศษ 0 |
| 50167 ÷ 13 | = | 3859 | เหลือเศษ 0 |
| 50167 ÷ 17 | = | 2951 | เหลือเศษ 0 |
| 50167 ÷ 221 | = | 227 | เหลือเศษ 0 |
| 50167 ÷ 227 | = | 221 | เหลือเศษ 0 |
| 50167 ÷ 2951 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 50167 ÷ 3859 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 50167 ÷ 50167 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 50167
| 1 x 50167 | = | 50167 |
| 13 x 3859 | = | 50167 |
| 17 x 2951 | = | 50167 |
| 221 x 227 | = | 50167 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 50167
1 + 13 + 17 + 221 + 227 + 2951 + 3859 + 50167 = 57456
▶ ตัวประกอบของ 50167 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
13, 17, 227
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 50167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50167 = 13 x 17 x 227
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 50167 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 50167 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 50167 มา 1 คู่ เช่น 13 x 3859
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50167
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 50167 แบบที่หนึ่ง
- 50167
- 221
- 13
- 17
- 227
- 221
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 50167 แบบที่สอง
- 50167
- 13
- 3859
- 17
- 227
ดังนั้น 50167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50167 =
13 x 17 x 227
2. การแยกตัวประกอบของ 50167 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 50167 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50167 นั้นก็คือ 13, 17, 227 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50167
13)5016717)3859227)2271ดังนั้น 50167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้50167 = 13 x 17 x 227วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 50167
1แยกตัวประกอบของ 50167 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 171 x 22712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 227 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50167 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 50167 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50167 นั้นก็คือ 13, 17, 227 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50167
13
)50167
17
)3859
227
)227
1
ดังนั้น 50167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50167 = 13 x 17 x 227
1แยกตัวประกอบของ 50167 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 171 x 2271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 227 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50167 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 50167 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
