ตัวประกอบของ 48630 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48630
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48630 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48630 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48630 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48630 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48630 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 15, 30, 1621, 3242, 4863, 8105, 9726, 16210, 24315, 48630
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48630 ÷ 1 | = | 48630 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 2 | = | 24315 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 3 | = | 16210 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 5 | = | 9726 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 6 | = | 8105 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 10 | = | 4863 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 15 | = | 3242 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 30 | = | 1621 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 1621 | = | 30 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 3242 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 4863 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 8105 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 9726 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 16210 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 24315 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 48630 ÷ 48630 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48630
| 1 x 48630 | = | 48630 |
| 2 x 24315 | = | 48630 |
| 3 x 16210 | = | 48630 |
| 5 x 9726 | = | 48630 |
| 6 x 8105 | = | 48630 |
| 10 x 4863 | = | 48630 |
| 15 x 3242 | = | 48630 |
| 30 x 1621 | = | 48630 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48630
1 + 2 + 3 + 5 + 6 + 10 + 15 + 30 + 1621 + 3242 + 4863 + 8105 + 9726 + 16210 + 24315 + 48630 = 116784
▶ ตัวประกอบของ 48630 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 5, 1621
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48630 = 2 x 3 x 5 x 1621
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48630 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48630 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48630 มา 1 คู่ เช่น 2 x 24315
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48630
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48630 แบบที่หนึ่ง
- 48630
- 30
- 5
- 6
- 2
- 3
- 1621
- 30
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48630 แบบที่สอง
- 48630
- 2
- 24315
- 3
- 8105
- 5
- 1621
ดังนั้น 48630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48630 =
2 x 3 x 5 x 1621
2. การแยกตัวประกอบของ 48630 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48630 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48630 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 1621 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48630
2)486303)243155)81051621)16211ดังนั้น 48630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48630 = 2 x 3 x 5 x 1621วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48630
1แยกตัวประกอบของ 48630 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 51 x 162112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1621 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48630 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48630 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48630 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 1621 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48630
2
)48630
3
)24315
5
)8105
1621
)1621
1
ดังนั้น 48630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48630 = 2 x 3 x 5 x 1621
1แยกตัวประกอบของ 48630 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 51 x 16211
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1621 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48630 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48630 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
