ตัวประกอบของ 47606 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 47606
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 47606 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 47606 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 47606 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 47606 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 47606 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 13, 26, 1831, 3662, 23803, 47606
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 47606 ÷ 1 | = | 47606 | เหลือเศษ 0 |
| 47606 ÷ 2 | = | 23803 | เหลือเศษ 0 |
| 47606 ÷ 13 | = | 3662 | เหลือเศษ 0 |
| 47606 ÷ 26 | = | 1831 | เหลือเศษ 0 |
| 47606 ÷ 1831 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 47606 ÷ 3662 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 47606 ÷ 23803 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 47606 ÷ 47606 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 47606
| 1 x 47606 | = | 47606 |
| 2 x 23803 | = | 47606 |
| 13 x 3662 | = | 47606 |
| 26 x 1831 | = | 47606 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 47606
1 + 2 + 13 + 26 + 1831 + 3662 + 23803 + 47606 = 76944
▶ ตัวประกอบของ 47606 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 1831
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 47606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47606 = 2 x 13 x 1831
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 47606 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 47606 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 47606 มา 1 คู่ เช่น 2 x 23803
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47606
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 47606 แบบที่หนึ่ง
- 47606
- 26
- 2
- 13
- 1831
- 26
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 47606 แบบที่สอง
- 47606
- 2
- 23803
- 13
- 1831
ดังนั้น 47606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47606 =
2 x 13 x 1831
2. การแยกตัวประกอบของ 47606 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 47606 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 47606 นั้นก็คือ 2, 13, 1831 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47606
2)4760613)238031831)18311ดังนั้น 47606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้47606 = 2 x 13 x 1831วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 47606
1แยกตัวประกอบของ 47606 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 183112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1831 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 47606 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 47606 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 47606 นั้นก็คือ 2, 13, 1831 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47606
2
)47606
13
)23803
1831
)1831
1
ดังนั้น 47606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47606 = 2 x 13 x 1831
1แยกตัวประกอบของ 47606 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 18311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1831 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 47606 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 47606 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
