ตัวประกอบของ 33502 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33502
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 33502 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 33502 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 33502 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 33502 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 33502 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 2393, 4786, 16751, 33502
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 33502 ÷ 1 | = | 33502 | เหลือเศษ 0 |
| 33502 ÷ 2 | = | 16751 | เหลือเศษ 0 |
| 33502 ÷ 7 | = | 4786 | เหลือเศษ 0 |
| 33502 ÷ 14 | = | 2393 | เหลือเศษ 0 |
| 33502 ÷ 2393 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 33502 ÷ 4786 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 33502 ÷ 16751 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 33502 ÷ 33502 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33502
| 1 x 33502 | = | 33502 |
| 2 x 16751 | = | 33502 |
| 7 x 4786 | = | 33502 |
| 14 x 2393 | = | 33502 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33502
1 + 2 + 7 + 14 + 2393 + 4786 + 16751 + 33502 = 57456
▶ ตัวประกอบของ 33502 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 2393
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 33502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33502 = 2 x 7 x 2393
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 33502 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33502 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33502 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16751
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33502
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33502 แบบที่หนึ่ง
- 33502
- 14
- 2
- 7
- 2393
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33502 แบบที่สอง
- 33502
- 2
- 16751
- 7
- 2393
ดังนั้น 33502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33502 =
2 x 7 x 2393
2. การแยกตัวประกอบของ 33502 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 33502 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33502 นั้นก็คือ 2, 7, 2393 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33502
2)335027)167512393)23931ดังนั้น 33502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้33502 = 2 x 7 x 2393วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33502
1แยกตัวประกอบของ 33502 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 239312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2393 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33502 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 33502 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33502 นั้นก็คือ 2, 7, 2393 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33502
2
)33502
7
)16751
2393
)2393
1
ดังนั้น 33502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33502 = 2 x 7 x 2393
1แยกตัวประกอบของ 33502 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 23931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2393 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33502 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33502 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
