โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32264 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32264

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32264 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32264 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 37, 74, 109, 148, 218, 296, 436, 872, 4033, 8066, 16132, 32264
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32264 ÷ 1=32264เหลือเศษ 0
32264 ÷ 2=16132เหลือเศษ 0
32264 ÷ 4=8066เหลือเศษ 0
32264 ÷ 8=4033เหลือเศษ 0
32264 ÷ 37=872เหลือเศษ 0
32264 ÷ 74=436เหลือเศษ 0
32264 ÷ 109=296เหลือเศษ 0
32264 ÷ 148=218เหลือเศษ 0
32264 ÷ 218=148เหลือเศษ 0
32264 ÷ 296=109เหลือเศษ 0
32264 ÷ 436=74เหลือเศษ 0
32264 ÷ 872=37เหลือเศษ 0
32264 ÷ 4033=8เหลือเศษ 0
32264 ÷ 8066=4เหลือเศษ 0
32264 ÷ 16132=2เหลือเศษ 0
32264 ÷ 32264=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32264
1 x 32264
2 x 16132
4 x 8066
8 x 4033
37 x 872
74 x 436
109 x 296
148 x 218
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32264
1 + 2 + 4 + 8 + 37 + 74 + 109 + 148 + 218 + 296 + 436 + 872 + 4033 + 8066 + 16132 + 32264 = 62700
ตัวประกอบของ 32264 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 37, 109
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32264 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32264 = 2 x 2 x 2 x 37 x 109
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32264 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32264 = 23 x 37 x 109
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32264 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32264 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32264 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16132
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32264
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32264 แบบที่หนึ่ง
  • 32264
    • 148
      • 4
        • 2
        • 2
      • 37
    • 218
      • 2
      • 109

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32264 แบบที่สอง
  • 32264
    • 2
    • 16132
      • 2
      • 8066
        • 2
        • 4033
          • 37
          • 109
ดังนั้น 32264 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32264 = 2 x 2 x 2 x 37 x 109
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32264 = 23 x 37 x 109 หรือ 23 x 371 x 1091

2. การแยกตัวประกอบของ 32264 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32264 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32264 นั้นก็คือ 2, 37, 109 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32264

2
)32264
2
)16132
2
)8066
37
)4033
109
)109
1
ดังนั้น 32264 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32264 = 2 x 2 x 2 x 37 x 109
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32264 = 23 x 37 x 109 หรือ 23 x 371 x 1091

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32264

1แยกตัวประกอบของ 32264 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 371 x 1091
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 109 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32264 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32264 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇