ตัวประกอบของ 32253 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32253
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32253 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32253 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32253 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32253 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32253 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 13, 39, 827, 2481, 10751, 32253
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32253 ÷ 1 | = | 32253 | เหลือเศษ 0 |
| 32253 ÷ 3 | = | 10751 | เหลือเศษ 0 |
| 32253 ÷ 13 | = | 2481 | เหลือเศษ 0 |
| 32253 ÷ 39 | = | 827 | เหลือเศษ 0 |
| 32253 ÷ 827 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 32253 ÷ 2481 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 32253 ÷ 10751 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 32253 ÷ 32253 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32253
| 1 x 32253 | = | 32253 |
| 3 x 10751 | = | 32253 |
| 13 x 2481 | = | 32253 |
| 39 x 827 | = | 32253 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32253
1 + 3 + 13 + 39 + 827 + 2481 + 10751 + 32253 = 46368
▶ ตัวประกอบของ 32253 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 13, 827
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32253 = 3 x 13 x 827
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32253 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32253 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32253 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10751
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32253
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32253 แบบที่หนึ่ง
- 32253
- 39
- 3
- 13
- 827
- 39
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32253 แบบที่สอง
- 32253
- 3
- 10751
- 13
- 827
ดังนั้น 32253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32253 =
3 x 13 x 827
2. การแยกตัวประกอบของ 32253 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32253 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32253 นั้นก็คือ 3, 13, 827 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32253
3)3225313)10751827)8271ดังนั้น 32253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32253 = 3 x 13 x 827วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32253
1แยกตัวประกอบของ 32253 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 131 x 82712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 827 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32253 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32253 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32253 นั้นก็คือ 3, 13, 827 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32253
3
)32253
13
)10751
827
)827
1
ดังนั้น 32253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32253 = 3 x 13 x 827
1แยกตัวประกอบของ 32253 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 131 x 8271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 827 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32253 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32253 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
