โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32248 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32248

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32248 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32248 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 29, 58, 116, 139, 232, 278, 556, 1112, 4031, 8062, 16124, 32248
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32248 ÷ 1=32248เหลือเศษ 0
32248 ÷ 2=16124เหลือเศษ 0
32248 ÷ 4=8062เหลือเศษ 0
32248 ÷ 8=4031เหลือเศษ 0
32248 ÷ 29=1112เหลือเศษ 0
32248 ÷ 58=556เหลือเศษ 0
32248 ÷ 116=278เหลือเศษ 0
32248 ÷ 139=232เหลือเศษ 0
32248 ÷ 232=139เหลือเศษ 0
32248 ÷ 278=116เหลือเศษ 0
32248 ÷ 556=58เหลือเศษ 0
32248 ÷ 1112=29เหลือเศษ 0
32248 ÷ 4031=8เหลือเศษ 0
32248 ÷ 8062=4เหลือเศษ 0
32248 ÷ 16124=2เหลือเศษ 0
32248 ÷ 32248=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32248
1 x 32248
2 x 16124
4 x 8062
8 x 4031
29 x 1112
58 x 556
116 x 278
139 x 232
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32248
1 + 2 + 4 + 8 + 29 + 58 + 116 + 139 + 232 + 278 + 556 + 1112 + 4031 + 8062 + 16124 + 32248 = 63000
ตัวประกอบของ 32248 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 29, 139
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32248 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32248 = 2 x 2 x 2 x 29 x 139
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32248 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32248 = 23 x 29 x 139
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32248 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32248 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32248 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16124
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32248
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32248 แบบที่หนึ่ง
  • 32248
    • 139
    • 232
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 29

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32248 แบบที่สอง
  • 32248
    • 2
    • 16124
      • 2
      • 8062
        • 2
        • 4031
          • 29
          • 139
ดังนั้น 32248 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32248 = 2 x 2 x 2 x 29 x 139
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32248 = 23 x 29 x 139 หรือ 23 x 291 x 1391

2. การแยกตัวประกอบของ 32248 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32248 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32248 นั้นก็คือ 2, 29, 139 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32248

2
)32248
2
)16124
2
)8062
29
)4031
139
)139
1
ดังนั้น 32248 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32248 = 2 x 2 x 2 x 29 x 139
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32248 = 23 x 29 x 139 หรือ 23 x 291 x 1391

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32248

1แยกตัวประกอบของ 32248 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 291 x 1391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 139 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32248 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32248 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇