ตัวประกอบของ 27013 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27013
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 27013 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 27013 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 27013 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 27013 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 27013 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 17, 119, 227, 1589, 3859, 27013
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 27013 ÷ 1 | = | 27013 | เหลือเศษ 0 |
| 27013 ÷ 7 | = | 3859 | เหลือเศษ 0 |
| 27013 ÷ 17 | = | 1589 | เหลือเศษ 0 |
| 27013 ÷ 119 | = | 227 | เหลือเศษ 0 |
| 27013 ÷ 227 | = | 119 | เหลือเศษ 0 |
| 27013 ÷ 1589 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 27013 ÷ 3859 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 27013 ÷ 27013 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27013
| 1 x 27013 | = | 27013 |
| 7 x 3859 | = | 27013 |
| 17 x 1589 | = | 27013 |
| 119 x 227 | = | 27013 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27013
1 + 7 + 17 + 119 + 227 + 1589 + 3859 + 27013 = 32832
▶ ตัวประกอบของ 27013 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 17, 227
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 27013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27013 = 7 x 17 x 227
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 27013 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27013 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27013 มา 1 คู่ เช่น 7 x 3859
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27013
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27013 แบบที่หนึ่ง
- 27013
- 119
- 7
- 17
- 227
- 119
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27013 แบบที่สอง
- 27013
- 7
- 3859
- 17
- 227
ดังนั้น 27013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27013 =
7 x 17 x 227
2. การแยกตัวประกอบของ 27013 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 27013 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27013 นั้นก็คือ 7, 17, 227 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27013
7)2701317)3859227)2271ดังนั้น 27013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้27013 = 7 x 17 x 227วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27013
1แยกตัวประกอบของ 27013 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 171 x 22712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 227 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27013 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 27013 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27013 นั้นก็คือ 7, 17, 227 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27013
7
)27013
17
)3859
227
)227
1
ดังนั้น 27013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27013 = 7 x 17 x 227
1แยกตัวประกอบของ 27013 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 171 x 2271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 227 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27013 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27013 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
