ตัวประกอบของ 19873 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19873
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19873 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19873 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19873 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19873 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19873 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 17, 119, 167, 1169, 2839, 19873
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19873 ÷ 1 | = | 19873 | เหลือเศษ 0 |
| 19873 ÷ 7 | = | 2839 | เหลือเศษ 0 |
| 19873 ÷ 17 | = | 1169 | เหลือเศษ 0 |
| 19873 ÷ 119 | = | 167 | เหลือเศษ 0 |
| 19873 ÷ 167 | = | 119 | เหลือเศษ 0 |
| 19873 ÷ 1169 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 19873 ÷ 2839 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 19873 ÷ 19873 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19873
| 1 x 19873 | = | 19873 |
| 7 x 2839 | = | 19873 |
| 17 x 1169 | = | 19873 |
| 119 x 167 | = | 19873 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19873
1 + 7 + 17 + 119 + 167 + 1169 + 2839 + 19873 = 24192
▶ ตัวประกอบของ 19873 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 17, 167
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19873 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19873 = 7 x 17 x 167
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19873 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19873 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19873 มา 1 คู่ เช่น 7 x 2839
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19873
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19873 แบบที่หนึ่ง
- 19873
- 119
- 7
- 17
- 167
- 119
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19873 แบบที่สอง
- 19873
- 7
- 2839
- 17
- 167
ดังนั้น 19873 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19873 =
7 x 17 x 167
2. การแยกตัวประกอบของ 19873 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19873 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19873 นั้นก็คือ 7, 17, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19873
7)1987317)2839167)1671ดังนั้น 19873 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19873 = 7 x 17 x 167วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19873
1แยกตัวประกอบของ 19873 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 171 x 16712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19873 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19873 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19873 นั้นก็คือ 7, 17, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19873
7
)19873
17
)2839
167
)167
1
ดังนั้น 19873 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19873 = 7 x 17 x 167
1แยกตัวประกอบของ 19873 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 171 x 1671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19873 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19873 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
