ตัวประกอบของ 19865 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19865
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19865 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19865 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19865 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19865 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19865 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 29, 137, 145, 685, 3973, 19865
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19865 ÷ 1 | = | 19865 | เหลือเศษ 0 |
| 19865 ÷ 5 | = | 3973 | เหลือเศษ 0 |
| 19865 ÷ 29 | = | 685 | เหลือเศษ 0 |
| 19865 ÷ 137 | = | 145 | เหลือเศษ 0 |
| 19865 ÷ 145 | = | 137 | เหลือเศษ 0 |
| 19865 ÷ 685 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 19865 ÷ 3973 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 19865 ÷ 19865 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19865
| 1 x 19865 | = | 19865 |
| 5 x 3973 | = | 19865 |
| 29 x 685 | = | 19865 |
| 137 x 145 | = | 19865 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19865
1 + 5 + 29 + 137 + 145 + 685 + 3973 + 19865 = 24840
▶ ตัวประกอบของ 19865 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 29, 137
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19865 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19865 = 5 x 29 x 137
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19865 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19865 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19865 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3973
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19865
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19865 แบบที่หนึ่ง
- 19865
- 137
- 145
- 5
- 29
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19865 แบบที่สอง
- 19865
- 5
- 3973
- 29
- 137
ดังนั้น 19865 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19865 =
5 x 29 x 137
2. การแยกตัวประกอบของ 19865 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19865 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19865 นั้นก็คือ 5, 29, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19865
5)1986529)3973137)1371ดังนั้น 19865 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19865 = 5 x 29 x 137วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19865
1แยกตัวประกอบของ 19865 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 291 x 13712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19865 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19865 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19865 นั้นก็คือ 5, 29, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19865
5
)19865
29
)3973
137
)137
1
ดังนั้น 19865 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19865 = 5 x 29 x 137
1แยกตัวประกอบของ 19865 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 291 x 1371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19865 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19865 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
