โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19864 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19864

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19864 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19864 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 26, 52, 104, 191, 382, 764, 1528, 2483, 4966, 9932, 19864
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19864 ÷ 1=19864เหลือเศษ 0
19864 ÷ 2=9932เหลือเศษ 0
19864 ÷ 4=4966เหลือเศษ 0
19864 ÷ 8=2483เหลือเศษ 0
19864 ÷ 13=1528เหลือเศษ 0
19864 ÷ 26=764เหลือเศษ 0
19864 ÷ 52=382เหลือเศษ 0
19864 ÷ 104=191เหลือเศษ 0
19864 ÷ 191=104เหลือเศษ 0
19864 ÷ 382=52เหลือเศษ 0
19864 ÷ 764=26เหลือเศษ 0
19864 ÷ 1528=13เหลือเศษ 0
19864 ÷ 2483=8เหลือเศษ 0
19864 ÷ 4966=4เหลือเศษ 0
19864 ÷ 9932=2เหลือเศษ 0
19864 ÷ 19864=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19864
1 x 19864
2 x 9932
4 x 4966
8 x 2483
13 x 1528
26 x 764
52 x 382
104 x 191
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19864
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 26 + 52 + 104 + 191 + 382 + 764 + 1528 + 2483 + 4966 + 9932 + 19864 = 40320
ตัวประกอบของ 19864 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 191
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19864 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19864 = 2 x 2 x 2 x 13 x 191
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19864 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19864 = 23 x 13 x 191
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19864 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19864 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19864 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9932
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19864
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19864 แบบที่หนึ่ง
  • 19864
    • 104
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 13
    • 191

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19864 แบบที่สอง
  • 19864
    • 2
    • 9932
      • 2
      • 4966
        • 2
        • 2483
          • 13
          • 191
ดังนั้น 19864 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19864 = 2 x 2 x 2 x 13 x 191
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19864 = 23 x 13 x 191 หรือ 23 x 131 x 1911

2. การแยกตัวประกอบของ 19864 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19864 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19864 นั้นก็คือ 2, 13, 191 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19864

2
)19864
2
)9932
2
)4966
13
)2483
191
)191
1
ดังนั้น 19864 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19864 = 2 x 2 x 2 x 13 x 191
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19864 = 23 x 13 x 191 หรือ 23 x 131 x 1911

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19864

1แยกตัวประกอบของ 19864 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 131 x 1911
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 191 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19864 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19864 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇