ตัวประกอบของ 19635 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19635
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19635 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19635 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19635 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19635 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19635 มีทั้งหมด 32 ตัวคือ 1, 3, 5, 7, 11, 15, 17, 21, 33, 35, 51, 55, 77, 85, 105, 119, 165, 187, 231, 255, 357, 385, 561, 595, 935, 1155, 1309, 1785, 2805, 3927, 6545, 19635
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19635 ÷ 1 | = | 19635 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 3 | = | 6545 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 5 | = | 3927 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 7 | = | 2805 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 11 | = | 1785 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 15 | = | 1309 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 17 | = | 1155 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 21 | = | 935 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 33 | = | 595 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 35 | = | 561 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 51 | = | 385 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 55 | = | 357 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 77 | = | 255 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 85 | = | 231 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 105 | = | 187 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 119 | = | 165 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 165 | = | 119 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 187 | = | 105 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 231 | = | 85 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 255 | = | 77 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 357 | = | 55 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 385 | = | 51 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 561 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 595 | = | 33 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 935 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 1155 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 1309 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 1785 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 2805 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 3927 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 6545 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 19635 ÷ 19635 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19635
| 1 x 19635 | = | 19635 |
| 3 x 6545 | = | 19635 |
| 5 x 3927 | = | 19635 |
| 7 x 2805 | = | 19635 |
| 11 x 1785 | = | 19635 |
| 15 x 1309 | = | 19635 |
| 17 x 1155 | = | 19635 |
| 21 x 935 | = | 19635 |
| 33 x 595 | = | 19635 |
| 35 x 561 | = | 19635 |
| 51 x 385 | = | 19635 |
| 55 x 357 | = | 19635 |
| 77 x 255 | = | 19635 |
| 85 x 231 | = | 19635 |
| 105 x 187 | = | 19635 |
| 119 x 165 | = | 19635 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19635
1 + 3 + 5 + 7 + 11 + 15 + 17 + 21 + 33 + 35 + 51 + 55 + 77 + 85 + 105 + 119 + 165 + 187 + 231 + 255 + 357 + 385 + 561 + 595 + 935 + 1155 + 1309 + 1785 + 2805 + 3927 + 6545 + 19635 = 41472
▶ ตัวประกอบของ 19635 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 5 ตัวดังนี้
3, 5, 7, 11, 17
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19635 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19635 = 3 x 5 x 7 x 11 x 17
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19635 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19635 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19635 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6545
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19635
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19635 แบบที่หนึ่ง
- 19635
- 119
- 7
- 17
- 165
- 11
- 15
- 3
- 5
- 119
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19635 แบบที่สอง
- 19635
- 3
- 6545
- 5
- 1309
- 7
- 187
- 11
- 17
ดังนั้น 19635 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19635 =
3 x 5 x 7 x 11 x 17
2. การแยกตัวประกอบของ 19635 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19635 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19635 นั้นก็คือ 3, 5, 7, 11, 17 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19635
3)196355)65457)130911)18717)171ดังนั้น 19635 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19635 = 3 x 5 x 7 x 11 x 17วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19635
1แยกตัวประกอบของ 19635 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 71 x 111 x 1712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 x 2 = 32✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19635 มีทั้งหมด 32 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19635 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19635 นั้นก็คือ 3, 5, 7, 11, 17 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19635
3
)19635
5
)6545
7
)1309
11
)187
17
)17
1
ดังนั้น 19635 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19635 = 3 x 5 x 7 x 11 x 17
1แยกตัวประกอบของ 19635 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 71 x 111 x 171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 x 2 = 32✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19635 มีทั้งหมด 32 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19635 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
