ตัวประกอบของ 19631 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19631
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19631 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19631 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19631 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19631 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19631 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 67, 293, 19631
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19631 ÷ 1 | = | 19631 | เหลือเศษ 0 |
| 19631 ÷ 67 | = | 293 | เหลือเศษ 0 |
| 19631 ÷ 293 | = | 67 | เหลือเศษ 0 |
| 19631 ÷ 19631 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19631
| 1 x 19631 | = | 19631 |
| 67 x 293 | = | 19631 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19631
1 + 67 + 293 + 19631 = 19992
▶ ตัวประกอบของ 19631 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
67, 293
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19631 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19631 = 67 x 293
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19631 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19631 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19631 มา 1 คู่ เช่น 67 x 293
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19631
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19631
- 19631
- 67
- 293
ดังนั้น 19631 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19631 =
67 x 293
2. การแยกตัวประกอบของ 19631 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19631 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19631 นั้นก็คือ 67, 293 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19631
67)19631293)2931ดังนั้น 19631 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19631 = 67 x 293วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19631
1แยกตัวประกอบของ 19631 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 671 x 29312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 293 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19631 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19631 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19631 นั้นก็คือ 67, 293 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19631
67
)19631
293
)293
1
ดังนั้น 19631 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19631 = 67 x 293
1แยกตัวประกอบของ 19631 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 671 x 2931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 293 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19631 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19631 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
