ตัวประกอบของ 19203 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19203
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19203 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19203 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19203 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19203 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19203 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 37, 111, 173, 519, 6401, 19203
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19203 ÷ 1 | = | 19203 | เหลือเศษ 0 |
| 19203 ÷ 3 | = | 6401 | เหลือเศษ 0 |
| 19203 ÷ 37 | = | 519 | เหลือเศษ 0 |
| 19203 ÷ 111 | = | 173 | เหลือเศษ 0 |
| 19203 ÷ 173 | = | 111 | เหลือเศษ 0 |
| 19203 ÷ 519 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 19203 ÷ 6401 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 19203 ÷ 19203 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19203
| 1 x 19203 | = | 19203 |
| 3 x 6401 | = | 19203 |
| 37 x 519 | = | 19203 |
| 111 x 173 | = | 19203 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19203
1 + 3 + 37 + 111 + 173 + 519 + 6401 + 19203 = 26448
▶ ตัวประกอบของ 19203 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 37, 173
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19203 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19203 = 3 x 37 x 173
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19203 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19203 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19203 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6401
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19203
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19203 แบบที่หนึ่ง
- 19203
- 111
- 3
- 37
- 173
- 111
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19203 แบบที่สอง
- 19203
- 3
- 6401
- 37
- 173
ดังนั้น 19203 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19203 =
3 x 37 x 173
2. การแยกตัวประกอบของ 19203 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19203 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19203 นั้นก็คือ 3, 37, 173 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19203
3)1920337)6401173)1731ดังนั้น 19203 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19203 = 3 x 37 x 173วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19203
1แยกตัวประกอบของ 19203 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 371 x 17312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 173 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19203 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19203 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19203 นั้นก็คือ 3, 37, 173 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19203
3
)19203
37
)6401
173
)173
1
ดังนั้น 19203 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19203 = 3 x 37 x 173
1แยกตัวประกอบของ 19203 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 371 x 1731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 173 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19203 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19203 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
