ตัวประกอบของ 16213 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16213
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16213 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16213 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16213 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16213 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16213 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 31, 523, 16213
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16213 ÷ 1 | = | 16213 | เหลือเศษ 0 |
| 16213 ÷ 31 | = | 523 | เหลือเศษ 0 |
| 16213 ÷ 523 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 16213 ÷ 16213 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16213
| 1 x 16213 | = | 16213 |
| 31 x 523 | = | 16213 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16213
1 + 31 + 523 + 16213 = 16768
▶ ตัวประกอบของ 16213 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
31, 523
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16213 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16213 = 31 x 523
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16213 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16213 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16213 มา 1 คู่ เช่น 31 x 523
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16213
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16213
- 16213
- 31
- 523
ดังนั้น 16213 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16213 =
31 x 523
2. การแยกตัวประกอบของ 16213 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16213 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16213 นั้นก็คือ 31, 523 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16213
31)16213523)5231ดังนั้น 16213 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16213 = 31 x 523วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16213
1แยกตัวประกอบของ 16213 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 52312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 523 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16213 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16213 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16213 นั้นก็คือ 31, 523 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16213
31
)16213
523
)523
1
ดังนั้น 16213 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16213 = 31 x 523
1แยกตัวประกอบของ 16213 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 5231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 523 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16213 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16213 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
