ตัวประกอบของ 16122 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16122
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16122 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16122 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16122 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16122 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16122 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 2687, 5374, 8061, 16122
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16122 ÷ 1 | = | 16122 | เหลือเศษ 0 |
| 16122 ÷ 2 | = | 8061 | เหลือเศษ 0 |
| 16122 ÷ 3 | = | 5374 | เหลือเศษ 0 |
| 16122 ÷ 6 | = | 2687 | เหลือเศษ 0 |
| 16122 ÷ 2687 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 16122 ÷ 5374 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 16122 ÷ 8061 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16122 ÷ 16122 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16122
| 1 x 16122 | = | 16122 |
| 2 x 8061 | = | 16122 |
| 3 x 5374 | = | 16122 |
| 6 x 2687 | = | 16122 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16122
1 + 2 + 3 + 6 + 2687 + 5374 + 8061 + 16122 = 32256
▶ ตัวประกอบของ 16122 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 2687
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16122 = 2 x 3 x 2687
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16122 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16122 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16122 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8061
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16122
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16122 แบบที่หนึ่ง
- 16122
- 6
- 2
- 3
- 2687
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16122 แบบที่สอง
- 16122
- 2
- 8061
- 3
- 2687
ดังนั้น 16122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16122 =
2 x 3 x 2687
2. การแยกตัวประกอบของ 16122 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16122 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16122 นั้นก็คือ 2, 3, 2687 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16122
2)161223)80612687)26871ดังนั้น 16122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16122 = 2 x 3 x 2687วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16122
1แยกตัวประกอบของ 16122 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 268712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2687 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16122 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16122 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16122 นั้นก็คือ 2, 3, 2687 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16122
2
)16122
3
)8061
2687
)2687
1
ดังนั้น 16122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16122 = 2 x 3 x 2687
1แยกตัวประกอบของ 16122 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 26871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2687 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16122 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16122 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
