ตัวประกอบของ 16106 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16106
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16106 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16106 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16106 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16106 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16106 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 8053, 16106
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16106 ÷ 1 | = | 16106 | เหลือเศษ 0 |
| 16106 ÷ 2 | = | 8053 | เหลือเศษ 0 |
| 16106 ÷ 8053 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16106 ÷ 16106 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16106
| 1 x 16106 | = | 16106 |
| 2 x 8053 | = | 16106 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16106
1 + 2 + 8053 + 16106 = 24162
▶ ตัวประกอบของ 16106 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 8053
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16106 = 2 x 8053
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16106 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16106 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16106 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8053
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16106
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16106
- 16106
- 2
- 8053
ดังนั้น 16106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16106 =
2 x 8053
2. การแยกตัวประกอบของ 16106 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16106 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16106 นั้นก็คือ 2, 8053 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16106
2)161068053)80531ดังนั้น 16106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16106 = 2 x 8053วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16106
1แยกตัวประกอบของ 16106 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 805312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8053 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16106 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16106 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16106 นั้นก็คือ 2, 8053 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16106
2
)16106
8053
)8053
1
ดังนั้น 16106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16106 = 2 x 8053
1แยกตัวประกอบของ 16106 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 80531
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8053 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16106 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16106 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
