โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13485 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13485

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13485 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13485 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 5, 15, 29, 31, 87, 93, 145, 155, 435, 465, 899, 2697, 4495, 13485
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13485 ÷ 1=13485เหลือเศษ 0
13485 ÷ 3=4495เหลือเศษ 0
13485 ÷ 5=2697เหลือเศษ 0
13485 ÷ 15=899เหลือเศษ 0
13485 ÷ 29=465เหลือเศษ 0
13485 ÷ 31=435เหลือเศษ 0
13485 ÷ 87=155เหลือเศษ 0
13485 ÷ 93=145เหลือเศษ 0
13485 ÷ 145=93เหลือเศษ 0
13485 ÷ 155=87เหลือเศษ 0
13485 ÷ 435=31เหลือเศษ 0
13485 ÷ 465=29เหลือเศษ 0
13485 ÷ 899=15เหลือเศษ 0
13485 ÷ 2697=5เหลือเศษ 0
13485 ÷ 4495=3เหลือเศษ 0
13485 ÷ 13485=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13485
1 x 13485
3 x 4495
5 x 2697
15 x 899
29 x 465
31 x 435
87 x 155
93 x 145
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13485
1 + 3 + 5 + 15 + 29 + 31 + 87 + 93 + 145 + 155 + 435 + 465 + 899 + 2697 + 4495 + 13485 = 23040
ตัวประกอบของ 13485 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 5, 29, 31
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13485 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13485 = 3 x 5 x 29 x 31
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13485 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13485 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13485 มา 1 คู่ เช่น 3 x 4495
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13485
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13485 แบบที่หนึ่ง
  • 13485
    • 93
      • 3
      • 31
    • 145
      • 5
      • 29

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13485 แบบที่สอง
  • 13485
    • 3
    • 4495
      • 5
      • 899
        • 29
        • 31
ดังนั้น 13485 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13485 = 3 x 5 x 29 x 31

2. การแยกตัวประกอบของ 13485 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13485 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13485 นั้นก็คือ 3, 5, 29, 31 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13485

3
)13485
5
)4495
29
)899
31
)31
1
ดังนั้น 13485 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13485 = 3 x 5 x 29 x 31

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13485

1แยกตัวประกอบของ 13485 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 291 x 311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13485 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13485 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇