ตัวประกอบของ 94562 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 94562
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 94562 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 94562 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 94562 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 94562 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 94562 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 13, 26, 3637, 7274, 47281, 94562
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 94562 ÷ 1 | = | 94562 | เหลือเศษ 0 |
| 94562 ÷ 2 | = | 47281 | เหลือเศษ 0 |
| 94562 ÷ 13 | = | 7274 | เหลือเศษ 0 |
| 94562 ÷ 26 | = | 3637 | เหลือเศษ 0 |
| 94562 ÷ 3637 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 94562 ÷ 7274 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 94562 ÷ 47281 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 94562 ÷ 94562 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 94562
| 1 x 94562 | = | 94562 |
| 2 x 47281 | = | 94562 |
| 13 x 7274 | = | 94562 |
| 26 x 3637 | = | 94562 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 94562
1 + 2 + 13 + 26 + 3637 + 7274 + 47281 + 94562 = 152796
▶ ตัวประกอบของ 94562 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 3637
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 94562 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
94562 = 2 x 13 x 3637
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 94562 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 94562 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 94562 มา 1 คู่ เช่น 2 x 47281
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 94562
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 94562 แบบที่หนึ่ง
- 94562
- 26
- 2
- 13
- 3637
- 26
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 94562 แบบที่สอง
- 94562
- 2
- 47281
- 13
- 3637
ดังนั้น 94562 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
94562 =
2 x 13 x 3637
2. การแยกตัวประกอบของ 94562 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 94562 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 94562 นั้นก็คือ 2, 13, 3637 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 94562
2)9456213)472813637)36371ดังนั้น 94562 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้94562 = 2 x 13 x 3637วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 94562
1แยกตัวประกอบของ 94562 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 363712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3637 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 94562 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 94562 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 94562 นั้นก็คือ 2, 13, 3637 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 94562
2
)94562
13
)47281
3637
)3637
1
ดังนั้น 94562 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
94562 = 2 x 13 x 3637
1แยกตัวประกอบของ 94562 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 36371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3637 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 94562 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 94562 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
