ตัวประกอบของ 85436 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 85436
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 85436 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 85436 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 85436 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 85436 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 85436 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 13, 26, 31, 52, 53, 62, 106, 124, 212, 403, 689, 806, 1378, 1612, 1643, 2756, 3286, 6572, 21359, 42718, 85436
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 85436 ÷ 1 | = | 85436 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 2 | = | 42718 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 4 | = | 21359 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 13 | = | 6572 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 26 | = | 3286 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 31 | = | 2756 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 52 | = | 1643 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 53 | = | 1612 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 62 | = | 1378 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 106 | = | 806 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 124 | = | 689 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 212 | = | 403 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 403 | = | 212 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 689 | = | 124 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 806 | = | 106 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 1378 | = | 62 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 1612 | = | 53 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 1643 | = | 52 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 2756 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 3286 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 6572 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 21359 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 42718 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 85436 ÷ 85436 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 85436
| 1 x 85436 | = | 85436 |
| 2 x 42718 | = | 85436 |
| 4 x 21359 | = | 85436 |
| 13 x 6572 | = | 85436 |
| 26 x 3286 | = | 85436 |
| 31 x 2756 | = | 85436 |
| 52 x 1643 | = | 85436 |
| 53 x 1612 | = | 85436 |
| 62 x 1378 | = | 85436 |
| 106 x 806 | = | 85436 |
| 124 x 689 | = | 85436 |
| 212 x 403 | = | 85436 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 85436
1 + 2 + 4 + 13 + 26 + 31 + 52 + 53 + 62 + 106 + 124 + 212 + 403 + 689 + 806 + 1378 + 1612 + 1643 + 2756 + 3286 + 6572 + 21359 + 42718 + 85436 = 169344
▶ ตัวประกอบของ 85436 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 13, 31, 53
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 85436 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
85436 = 2 x 2 x 13 x 31 x 53
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 85436 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
85436 = 22 x 13 x 31 x 53
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 85436 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
85436 = 22 x 13 x 31 x 53
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 85436 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 85436 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 85436 มา 1 คู่ เช่น 2 x 42718
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 85436
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 85436 แบบที่หนึ่ง
- 85436
- 212
- 4
- 2
- 2
- 53
- 4
- 403
- 13
- 31
- 212
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 85436 แบบที่สอง
- 85436
- 2
- 42718
- 2
- 21359
- 13
- 1643
- 31
- 53
ดังนั้น 85436 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
85436 =
2 x 2 x 13 x 31 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
85436 =
22 x 13 x 31 x 53 หรือ 22 x 131 x 311 x 531
2. การแยกตัวประกอบของ 85436 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 85436 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 85436 นั้นก็คือ 2, 13, 31, 53 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 85436
2)854362)4271813)2135931)164353)531ดังนั้น 85436 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้85436 = 2 x 2 x 13 x 31 x 53หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง85436 = 22 x 13 x 31 x 53 หรือ 22 x 131 x 311 x 531วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 85436
1แยกตัวประกอบของ 85436 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 131 x 311 x 5312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 85436 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 85436 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 85436 นั้นก็คือ 2, 13, 31, 53 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 85436
2
)85436
2
)42718
13
)21359
31
)1643
53
)53
1
ดังนั้น 85436 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
85436 = 2 x 2 x 13 x 31 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
85436 = 22 x 13 x 31 x 53 หรือ 22 x 131 x 311 x 531
1แยกตัวประกอบของ 85436 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 131 x 311 x 531
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 85436 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 85436 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
