ตัวประกอบของ 16152 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16152
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16152 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16152 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16152 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16152 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16152 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24, 673, 1346, 2019, 2692, 4038, 5384, 8076, 16152
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16152 ÷ 1 | = | 16152 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 2 | = | 8076 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 3 | = | 5384 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 4 | = | 4038 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 6 | = | 2692 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 8 | = | 2019 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 12 | = | 1346 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 24 | = | 673 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 673 | = | 24 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 1346 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 2019 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 2692 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 4038 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 5384 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 8076 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16152 ÷ 16152 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16152
| 1 x 16152 | = | 16152 |
| 2 x 8076 | = | 16152 |
| 3 x 5384 | = | 16152 |
| 4 x 4038 | = | 16152 |
| 6 x 2692 | = | 16152 |
| 8 x 2019 | = | 16152 |
| 12 x 1346 | = | 16152 |
| 24 x 673 | = | 16152 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16152
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 24 + 673 + 1346 + 2019 + 2692 + 4038 + 5384 + 8076 + 16152 = 40440
▶ ตัวประกอบของ 16152 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 673
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16152 = 2 x 2 x 2 x 3 x 673
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16152 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16152 = 23 x 3 x 673
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16152 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16152 = 23 x 3 x 673
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16152 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16152 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16152 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8076
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16152
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16152 แบบที่หนึ่ง
- 16152
- 24
- 4
- 2
- 2
- 6
- 2
- 3
- 4
- 673
- 24
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16152 แบบที่สอง
- 16152
- 2
- 8076
- 2
- 4038
- 2
- 2019
- 3
- 673
ดังนั้น 16152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16152 =
2 x 2 x 2 x 3 x 673
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16152 =
23 x 3 x 673 หรือ 23 x 31 x 6731
2. การแยกตัวประกอบของ 16152 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16152 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16152 นั้นก็คือ 2, 3, 673 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16152
2)161522)80762)40383)2019673)6731ดังนั้น 16152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16152 = 2 x 2 x 2 x 3 x 673หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง16152 = 23 x 3 x 673 หรือ 23 x 31 x 6731วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16152
1แยกตัวประกอบของ 16152 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 67312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 673 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16152 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16152 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16152 นั้นก็คือ 2, 3, 673 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16152
2
)16152
2
)8076
2
)4038
3
)2019
673
)673
1
ดังนั้น 16152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16152 = 2 x 2 x 2 x 3 x 673
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16152 = 23 x 3 x 673 หรือ 23 x 31 x 6731
1แยกตัวประกอบของ 16152 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 6731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 673 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16152 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16152 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
