ตัวประกอบของ 104560 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 104560
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 104560 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 104560 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 104560 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 104560 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 104560 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 8, 10, 16, 20, 40, 80, 1307, 2614, 5228, 6535, 10456, 13070, 20912, 26140, 52280, 104560
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 104560 ÷ 1 | = | 104560 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 2 | = | 52280 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 4 | = | 26140 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 5 | = | 20912 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 8 | = | 13070 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 10 | = | 10456 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 16 | = | 6535 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 20 | = | 5228 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 40 | = | 2614 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 80 | = | 1307 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 1307 | = | 80 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 2614 | = | 40 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 5228 | = | 20 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 6535 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 10456 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 13070 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 20912 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 26140 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 52280 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 104560 ÷ 104560 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 104560
| 1 x 104560 | = | 104560 |
| 2 x 52280 | = | 104560 |
| 4 x 26140 | = | 104560 |
| 5 x 20912 | = | 104560 |
| 8 x 13070 | = | 104560 |
| 10 x 10456 | = | 104560 |
| 16 x 6535 | = | 104560 |
| 20 x 5228 | = | 104560 |
| 40 x 2614 | = | 104560 |
| 80 x 1307 | = | 104560 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 104560
1 + 2 + 4 + 5 + 8 + 10 + 16 + 20 + 40 + 80 + 1307 + 2614 + 5228 + 6535 + 10456 + 13070 + 20912 + 26140 + 52280 + 104560 = 243288
▶ ตัวประกอบของ 104560 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 1307
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 104560 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104560 = 2 x 2 x 2 x 2 x 5 x 1307
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 104560 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
104560 = 24 x 5 x 1307
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 104560 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
104560 = 24 x 5 x 1307
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 104560 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 104560 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 104560 มา 1 คู่ เช่น 2 x 52280
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104560
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104560 แบบที่หนึ่ง
- 104560
- 80
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 10
- 2
- 5
- 8
- 1307
- 80
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104560 แบบที่สอง
- 104560
- 2
- 52280
- 2
- 26140
- 2
- 13070
- 2
- 6535
- 5
- 1307
ดังนั้น 104560 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104560 =
2 x 2 x 2 x 2 x 5 x 1307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
104560 =
24 x 5 x 1307 หรือ 24 x 51 x 13071
2. การแยกตัวประกอบของ 104560 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 104560 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104560 นั้นก็คือ 2, 5, 1307 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104560
2)1045602)522802)261402)130705)65351307)13071ดังนั้น 104560 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้104560 = 2 x 2 x 2 x 2 x 5 x 1307หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง104560 = 24 x 5 x 1307 หรือ 24 x 51 x 13071วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 104560
1แยกตัวประกอบของ 104560 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 51 x 130712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1307 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104560 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 104560 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104560 นั้นก็คือ 2, 5, 1307 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104560
2
)104560
2
)52280
2
)26140
2
)13070
5
)6535
1307
)1307
1
ดังนั้น 104560 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104560 = 2 x 2 x 2 x 2 x 5 x 1307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
104560 = 24 x 5 x 1307 หรือ 24 x 51 x 13071
1แยกตัวประกอบของ 104560 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 51 x 13071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1307 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104560 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 104560 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
